เชิญชวนอ่านบทนำเพลงสดุดีปีศักดิ์สิทธิ์แห่งเมตตาธรรม
     -
บทนำเพลงสดุดี 1-20
     -
บทนำเพลงสดุดี 21-40
     -
บทนำเพลงสดุดี 41-60
     - บทนำเพลงสดุดี 61-80
     -
บทนำเพลงสดุดี 81-100
     -
บทนำเพลงสดุดี 101-120
     -
บทนำเพลงสดุดี 121-150

  

       Home

       รวมบทความทั่วไป
                   -
บทความเรื่องจงให้อภัย จงอย่าลืม
                   -
ระลึกถึงนักบุญหลุยส์ กษัตริย์แห่งฝรั่งเศส
                   -
ระลึกถึงนักบุญยอห์นบัปติสถูกตัดศีรษะ
                   -
พระวาจาหนุนใจในเหตุการณ์ต่างๆของชีวิต ตอนที่ 1

                   - พระวาจาหนุนใจในเหตุการณ์ต่างๆของชีวิต ตอนที่ 2

                   - ฉลองแม่พระบังเกิด

                   - การรับศีลและการแก้บาปเป็นของคู่กัน

 

     - สมณกฤษฎีกาว่าด้วยงานแพร่ธรรม

     - ประกาศพระวรสารในโลกปัจจุบัน

     - พระสมณลิขิตเตือน
       “พระวาจาขององค์พระผู้เป็นเจ้า”

  

 

 

     - คณะพลมารีย์

     - คณะวินเซน เดอ ปอล

     - คณะคูร์ซิลโล แห่งพระคริสตศาสนา

     - คณะเซอร่า

   - คณะแพร่ธรรมแห่งแม่พระฟาติมา

   - คณะอัศวินแห่งศีลมหาสนิท

   - คณะพระเมตตา

  

 

 

     - ข่าวคณะพลมารีย์

     - ข่าวคณะวินเซน เดอ ปอล

     - ข่าวคณะคูร์ซิลโล แห่งพระคริสตศาสนา

     - ข่าวคณะเซอร่า

     - ข่าวคณะแพร่ธรรมแห่งแม่พระฟาติมา

     - ข่าวคณะอัศวินแห่งศีลมหาสนิท

     - ข่าวคณะพระเมตตา

  

 

     - คณะพลมารีย์ ฉลอง 95 ปี และแสวงบุญประตูศักดิ์สิทธิ์

     - กิจกรรมสัญจรนำพระวาจาสู่ปวงชน

     - งานส่งเสริมเอกภาพองค์กรเพื่อสร้างผู้นำ

    

 

    

      

    

 

    

 

    

 

    

 

    

 

    
 

    

   ความเมตตาไม่เคยล้าสมัย

   ความเมตตา คือ น้ำมันเครื่องที่ขจัดความเสียดทานออกจากชีวิต
ความเมตตาเป็นน้ำมันที่ขจัดความขัดแย้งออกไปจากชีวิต
ความเมตตาไม่เคยล้าสมัย
โอกาสในการแสดงความเมตตานั้น หาไม่ยาก
ไม่มีสิ่งใดยิ่งใหญ่เหมือนความเมตตา ไม่มีสิ่งใดมีเกียรติเหมือนความจริง
วิธีออกกำลังสำหรับหัวใจ คือยื่นมือออกไปช่วยเหลือเพื่อนบ้าน
ยิ่งเราเข้าใจความรักที่พระเจ้าทรงมีต่อเรามากเท่าไร เราจะยิ่งแสดงความรักต่อคนอื่นมากขึ้นเท่านั้น
ความรักของคริสตชน มีทั้งการให้และการให้อภัย

ความรักเพียงเล็กน้อยสามารถสร้างความแตกต่างที่ยิ่งใหญ่
การเป็นคนไม่สมบูรณ์แบบไม่ได้ขัดขวางเราในการรับใช้พระเจ้า
แต่กลับตอกย้ำว่าเราต้องพึ่งพาพระกรุณาของพระองค์
การรับใช้พระเจ้าเป็นการลงทุนที่ให้เงินปันผลนิรันดร์
อิสรภาพที่แท้จริงพบได้ในการรับใช้พระคริสต์
คริสตชนจะพบความปลอดภัยในที่ที่พระเจ้าทรงสถิตอยู่ด้วย
 

   สมาคมนักบุญวินเซนเดอปอลแห่งประเทศไทย

     สวัสดีครับ สมาคมฯ ได้มีการก่อตั้งตั้งแต่ ค.ศ.1833 โดยท่านเฟเดอริค โอซานัม ชาวฝรั่งเศสได้ร่วมกันกับกลุ่มเพื่อนก่อตั้งใน ในระย ะแรกใช้ชื่อว่า“คณะสมาชิกแห่งความเมตตา” ต่อมามีการเปลี่ยนชื่อเป็น “สมาคมนักบุญวินเซนเดอปอล” เพื่อเป็นการระลึกถึงท่านนักบุญวินเซ นเดอปอล ที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นนักบุญ และมีการรับรองอย่างเป็นทางการในปีค.ศ.
1845 หลังจากนั้น ท่านเฟเดอริค โอซานัม ได้รับการแต่งตั้งเป็นบุญราศี ค.ศ. 1997 ปัจจุบันมีการจัดตั้งสมาคมฯ อยู่ใน 130 ประเทศ มีสมาชิก ทั่วโลก มีผู้ปฏิบัติงาน 950,000 คน
ส่วนในประเทศไทยคุณพ่อมอริส ยอลี จิตตาธิการคนแรกของสมาคมฯ ได้ก่อตั้งเมื่อ ค.ศ. 1947 ใช้ชื่อว่า “สมาคมนักบุญวินเซนเดอปอลแห่ง ประเทศไทย”เป็นเวลา 69 ปีปัจจุบันประเทศไทยมีคณะวินเซนเดอปอลใน 10 สังฆมณฑล และมีคณะประมาณ 140 คณะ มีสมาชิกปฏิบัติงาน ประมาณ 1,500 คน โดยมีคุณพ่อวุฒิเลิศ แห่ล้อม อุปสังฆราช เป็นจิตตาธิการของสมาคมฯ

สัญลักษณ์ของสมาคมฯ
     เป็นรูปปลา สัญลักษณ์รูปปลา หมายถึงคริสตชนส่วนในภาษากรีกหมายถึง องค์พระเยซูคริสตเจ้า บุตรของพระเจ้าพระผู้ช่วยให้รอด ส่วนเ ส้นที่ตัดเป็นรูป “ปม”คล้ายตัวปลาหมายถึง “ความเป็นหนึ่งเดียว”

 

     ที่มา : FB คุณพ่ออนุสรณ์ แก้วขจร

เทียนเล่มที่ 1 คือเทียนแห่งประกาศก
     คือประกาศกอิสยาห์ ผู้ได้กล่าวทำนายถึงการบังเกิดของพระผู้ไถ่ แที่ยนเล่มนี้หมายถึง "ความหวั ง" คือรอคอยพระผู้ไถ่ด้วยความหวัง

เทียนเล่มที่ 2 คือ เทียนแห่งเบธเลแฮม
     ณ เบธเลแฮม เราพบ "รางหญ้า" ซึ่งเป็นที่บังเกิดขององค์กุมารน้อย เทียนเล่มนี้จึงหมายถึง "ควา มรักที่พระทรงมีต่อเรา"

     วันเสาร์ที่ 12 พฤศจิกายน 2016 เวลา 10.30น. พระคาร์ดินัล ฟรังซิสเซเวียร์ เกรียงศักดิ์ โกวิทวาณิช เป็นประธานพิธีบูชาขอบพระคุณโอ กาสฉลองวัดนักบุญเทเรซา หนองจอก ร่วมกับพระสังฆราชสังวาลย์ ศุระศรางค์ คุณพ่อวุฒิเลิศ แห่ล้อม อุปสังฆราช พร้อมด้วยพระสงฆ์ และ พี่น้องสัตบุรุษจำนวนมาก โดยวันนี้เป็นพิเศษ ทางวัดนำโดยคุณพ่ออภิเดช สุภาจักร์ เจ้าอาวาสวัดและผู้จัดการแผนกองค์กรคริสตชนฆราวาส ได้จัดให้มีชุมนุมองค์กรคริสตชนฆราวาส โดยเริ่มตั้งแต่เวลา 08.30-09.00น. ชุมนุมองค์กรฆราวาสและเคารพศีลมหาสนิท เริ่มตั้งศีล และนำเ ฝ้าศีลโดย คณะพระเมตตาและคณะเทเรเซียน จากนั้นเวลา 09.00-09.30น. นำเฝ้าศีลโดยคณะอัศวินแห่งศีลมหาสนิท คณะเซอร์ร่า คณะคูร์ ซิลโล และคณะวินเซน เดอ ปอล เวลา 09.30-10.00น. ต่อด้วยคณะพลมารีย์ คณะแพร่ธณรมแห่งแม่พระฟาติมา และมีการอวยพรศีลมหาส นิทเวลา 10.00น. 

 

11พฤศจิกายน ระลึกถึงนักบุญมาร์ติน แห่งตูรส์

     มาร์ตินเป็นบุตรชายของเจ้าหน้าที่โรมันคนหนึ่ง ท่านเกิดที่ปันโนเรีย ในประเทศฮังการี และได้เข้ารับราชการทหารอยู่ใน กองทัพของจักรพรรดิตั้งแต่อายุยังน้อย

     นักบุญ มาร์ติน  ได้ออกจากราชการทหารหลังจากที่ได้รับศีลล้างบาปแล้ว ก็ได้มุ่งเข้าสู่ประเทศฝรั่งเศส และได้มอบตัวเป็ นศิษย์ของนักบุญ ฮีแลร์ แห่งปัวเจียร์ ท่านได้เจริญชีวิตแบบฤาษีที่เกาะกัลลีนารา (อะลัสซีโอ) ต่อมาเพราะคำแนะนำของนักบุ ญ ฮีแลร์ ท่านจึงได้ตั้งอารามแห่งแรกขึ้นในภาคพื้นตะวันตกที่เมืองลีกือเย และจากอารามแห่งนี้เองที่ท่านได้ส่งฤาษีของท่าน


ประวัติความเป็นมา ...โดยคุณพ่อเชษฐา ไชยเดช

     คนต่างศาสนาในสมัยโบราณกำหนดวันที่แน่นอนในการระลึกถึงผู้ล่วงลับ ตัวอย่างเช่นชาวโรมันกำหนดวันให้เกียรติแก่ญา ติพี่น้องผู้ล่วงลับระหว่างวันที่ 13-22 กุมภาพันธ์ คริสตชนไม่ได้ถือตามธรรมเนียมของชาวโรมัน เพราะเข้ากันไม่ได้กับควา มเชื่อของคริสตชน ในศตวรรษที่สองเราจึงได้เห็นรูปแบบที่ชัดเจนของการระลึกถึงผู้ล่วงลับของคริสตชน การระลึกถึงประกอ บด้วยการภาวนาเพื่อผู้ล่วงลับ และตามด้วยพิธี
มิสซา เริ่มแรกคริสตชนประกอบพิธีระลึกถึงผู้ล่วงลับในวันที่ 3 หลังจากพิธีฝังศพ และในวันครบรอบหนึ่งปีแห่งการจากไปของ ผู้ล่วงลับ หลัง
จากนั้นได้เพิ่มวันที่ 7 วันที่ 30 และวันที่ 40 หลังจากการจากไปของผู้ล่วงลับ เป็นวันที่จะสวดภาวนา และถวายมิสซาให้แก่ผู้ล่ วงลับ

         เราพบความคิดที่จะกำหนดให้มีวันหนึ่งในรอบปี  เพื่อระลึกถึงบรรดาวิญญาณของผู้ล่วงลับเป็นครั้งแรก โดยพระสังฆร าชอิสิดอร์แห่ง
เซวิลล์ (ประมาณ ค.ศ. 636) ท่านได้สั่งให้นักพรตของท่านถวายมิสซาให้แก่วิญญาณของผู้ล่วงลับในวันจันทร์หลังจากวันสมโ ภชพระจิตเจ้า

การเคารพนับถือนักบุญ...โดยคุณพ่อเชษฐา ไชยเดช

     พระเจ้าทรงศักดิ์สิทธิ์ และพระองค์มีพระประสงค์ที่จะประทานความศักดิ์สิทธิ์แก่มนุษย์ พระเจ้าทรงเรียกชาวอิสราเอลให้เ ป็นประชากรศักดิ์สิทธิ์ ทรงมีพระประสงค์ให้มนุษย์ทุกคนศักดิ์สิทธิ์
 
     วิวัฒนาการการเคารพนักบุญ และการวิงวอนพระเจ้าโดยผ่านทางนักบุญ เริ่มต้นมาจาก การเคารพมรณสักขี ในศตวรรษที่ สอง (ค.ศ. 155) มีเอกสารยืนยันเกี่ยวกับการฉลองวัน
ครบรอบการเป็นมรณสักขีของนักบุญโปลีการ์ป พระสังฆราชแห่งสมีนาร์ คริสตชนมาชุมนุม กันในวันครบรอบการเป็นมรณสั กขีของท่าน และมีพิธีบิปัง (มิสซา) ที่หลุมศพของท่าน
คริสตชนได้เก็บรักษา “กิจการของมรณสักขี” และรายละเอียดเกี่ยวกับการสิ้นใจของมรณ
สักขีด้วยความเอาใจใส่ มีการส่งเอกสารเหล่านี้ต่อกันตามวัด และมีการอ่านในพิธีกรรม
เพื่อเป็นการเตือนใจและเป็นแบบอย่างแก่คริสตชน
     ต่อมามีการฉลองนักบุญที่ไม่ได้เป็นมรณสักขี (confessor) (พระสังฆราช หญิงพรหมจารี นักพรต จิตตาภิบาล นักปราช ญ์ ฯลฯ)

 บทความจากนิตยสารแม่พระยุคใหม่ ฉบับที่ 192 ปีที่ 33 เดือนพฤศจิกายน - ธันวาคม 2013 หน้า 3

...::::: ทำไมจึงเรียก พระนางมารีย์ ว่าเป็น ผู้ปฏิสนธินิรมล :::::...

เมื่อแบร์นาแด็ตถามชื่อของสตรีงามที่ปรากฏ
ณ ถ้ำมัสซาเบียลใกล้เมืองลูร์ดนั้น
สตรีงามผู้นั้นยิ้มให้เธอ และเมื่อเธอถามซ้ำอีกครั้ง
สตรีผู้นั้นจึงตอบเธอว่า  “ฉันคือการปฏิสนธินิรมล”

เป็นคำตอบที่น่าทึ่งและน่าพิศวง เพราะแบร์นาแด็ตไม่ทราบความหมายของคำตอบ
ดังนั้น แบร์นาแด๊ตจึงรีบวิ่งไปหาคุณพ่อเจ้าวัดที่ลูร์ด
และบอกคำตอบที่ได้รับแก่คุณพ่อ
เมื่อคุณพ่อทราบคำตอบก็เข้าใจทันที และรู้สึกแปลกในมาก

 ที่มา : แผนกคริสตศาสนธรรมอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ

   ทำไมพระศาสนจักรจึงศักดิ์สิทธิ์

     พระศาสนจักรศักดิ์สิทธิ์ มิใช่เพราะสมาชิกทุกคนของพระศาสนจักรต้องศักดิ์สิทธิ์ แต่เพราะพระเจ้าทรงศักดิ์สิทธิ์ และทร งทำงานในพระศาสนจักร    ศีลล้างบาปทำให้สมาชิกทุกคนของพระศาสนจักรเป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์ (823-829)

เมื่อใดที่เรายอมให้พระเจ้าสามพระบุคคลทรงสัมผัสเรา เราก็จะเติบโตในความรัก กลายเป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์และครบครัน บรรดา นักบุญคือนักรัก มิใช่เพราะท่านสามารถรักได้อย่างดี แต่เพราะพระเจ้าทรงสัมผัสท่าน ท่านจึงส่งผ่านความรักที่ท่านได้รับจาก พระเจ้าไปสู่ผู้อื่นตามแบบของตน ซึ่งบ่อยครั้งเป็นวีรกรรมที่ไม่เหมือนใคร   เมื่อพระเจ้าทรงนำท่านกลับสู่บ้านสวรรค์ ท่านก็ ทำให้พระศาสนจักรศักดิ์สิทธิ์ด้วย เพราะท่าน “ใช้เวลาในสวรรค์ของท่าน” ช่วยเหลือเราที่กำลังอยู่บนหนทางสู่

     นักบุญซีมอน อัครสาวกผู้ร้อนรน องค์อุปถัมภ์คนเลื่อยไม้

    
ฉลองวันที่ 28 ตุลาคมประวัติศาสตร์ไม่ได้พูดถึงภารกิจหรือกิจการของอัครธรรมทูต 2 องค์นี้ ในพระธรรม ใหม่ อัครธรร มทูตซีมอนได้มีชื่ออีกชื่อหนึ่งว่า “ผู้มีใจร้อนรน” หรือ “บ้าเลือด” (มธ 10:4; กจ 1:3 ) ที่เป็นเช่นนี้อาจจะเป็นเพราะว่าท่านได้ ผูกพันกับอุดมการณ์ของการมีพระเจ้าปก ครองกับอุดมการณ์ของพระแมสซีอาห์อย่างแน่นแฟ้นของพวกชาวฮีบรู และทั้งจิตใ จของท่านก็ครุกรุ่นไปด้วยความเป็นปฏิปักษ์ต่อต้านพวกชาวโรมัน

     วันที่ 11 ตุลาคม ค.ศ 2016 ประชุมคณะกรรมการ แผนกองค์กรคริสตชนฆราวาส ที่ห้องประชุม บ้านพักพระสงฆ์ วัดนัก บุญเทเรซา (หนองจอก) การประชุมฝนวันนี้เป็นงานส่งเสริมเอกภาพองค์กรเพื่อสร้างผู้นำทุกระดับ ฯ มีจำนวนผู้เข้าประชุม 13 คน     การประชุมวันนี้เพื่อสรุปแนวทางในการทำงานร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีสรุปงานที่จัดทำใน เดือน กันยายน -ตุลาคม  ค.ศ 2016  และปรึกษาหารืองานที่จะร่วมกันจัดทำต่อไป

        
 โดย “สายธาร”

        สมเด็จพระสันตะปาปายอห์น  ปอล ที่ 2 ได้ทรงประกาศให้เดือนตุลาคม 2002 ถึงเดือนตุลาคม 2003 เป็นปีแห่งสา ยประคำ พระองค์ยังได้ทรงออกสมณสาสน์ “สายประคำของพระนางพรหมจารรีมารีอา” เพื่อฉลอง 25 ปีของรัชสมัยของ พระองค์  และระลึกถึงครบรอบ 120 ปี ที่สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอ  ที่ 13ได้ทรงออกเอกสารเกี่ยวกับการสวดสายประ คำ “Supremi Apostolatus  Officio”  นอกจากนั้นยังเป็นการระลึกถึงครบรอบ 40 ปึของการเปิดประชุมสังคายนาวา ติกัน เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 1962 และยังเป็นส่วนหนึ่งของการฉลองปีศักดิ์สิทธิ์ด้วย

        1)ประวัติของการสวดสายประคำ การสวดสายประคำให้เกียรติแก่พระแม่มารี มีองค์พระจิตเจ้าทรงนำทาง

        
โดย..ศิลาหัวมุม

        ทุกวันนี้ “สายประคำ” กลายเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งที่แสดงถึงการเป็นคริสตัง ทันทีที่เราเห็นสายประคำห้อยอยู่ที่ห น้ารถคันใดคันหนึ่ง เรารู้ได้ทันที่ว่า เจ้าของรถคันนี้ต้องเป็นคริสตังอย่างแน่นอน แต่ตราบใดที่สายประคำยังคงถูกแขวนไ ว้ที่หน้ารถยนต์ โดยเจ้าของรถไม่เคยสวดภาวนาสายประคำแต่อย่างใด เหมือนสายประคำที่ผูกคล้องไว้ที่หิ้งพระตามบ้าน คริสตังแบบปล่อยทิ้งไว้ให้ใยแมงมุมหรือฝุ่นจับ สัญลักษณ์แห่งการเป็นคริสตังของสายประคำก็ไร้คุณค่าไม่มีความหมายแ ต่อย่างใด ไม่สามารถช่วยให้ผู้มีสายประคำอยู่กับตัวเป็นคริสตังจริงๆสมชื่อได้เลยแม้แต่น้อย เพราะสายประคำเป็นแต่เพี ยง “สิ่งคล้ายศีลศักดิ์สิทธิ์” จะสามารถกลายเป็นเครื่องมือนำพระพรแห่งชีวิตคริสตังของพระเจ้าเข้าสู่ชีวิตได้ก็ต่อเมื่อถูกน ำมาใช้สวดภาวนาเท่านั้น

ฉลองแม่พระแห่งลูกประคำ 7 ตุลาคม

             ในสมัยกลาง พวกที่ถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินที่ได้รับพระราชทานจากพระเจ้าแผ่นดิน มักจะถวายมงกุฎดอกไม้ให้แก่พร ะเจ้าแผ่นดินของตน  เพื่อเป็นเครื่องหมายแสดงว่าตนยังจงรักภักดีอยู่ พวกคริสตชนก็ได้รับเอาขนบธรรมเนียบประเพณีนี้มาใ ช้เป็นเกียรติแด่พระนางมารีย์ โดยมอบ ให้พระนางซึ่ง “มงกุฎดอกกุหลาบ” 3 ชนิดด้วยกันให้พระนาง คือ

1. มงกุฎที่ทำให้ระลึกถึงความชื่นชมยินดีของพระนาง

2. มงกุฎที่ทำให้ระลึกถึงความทุกข์โศกเศร้าของพระนาง

3. มงกุฎที่ทำให้ระลึกถึงเกียรติมงคลของพระนางในการที่พระนางได้มีส่วนร่วมในธรรมล้ำลึกแห่งชีวิตของพระเยซูเจ้า พระบุ ตรของพระนาง     


   แรกเริ่มทีเดียว เราเรียกการฉลองนี้ว่า“การฉลองพระนางมารีย์แห่งชัยชนะ”ที่เรียกอย่างนี้ก็เพราะว่า  เป็นการเฉลิมฉลอง  การที่คริสตชนได้รอดพ้นปลอดภัยจากการโจมตีของพวกตุรกีในชัยชนะทางเรือ เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 1571 ที่เมืองเลปันโต ใ นประเทศกรีก

             ในวันนี้เองที่กรุงโรม “กลุ่มพี่น้องแห่งลูกประคำ” ได้จัดให้มีการแห่แหนอย่างสง่า และพระสันตะปาปา ปีโอที่ 5 ได้ตรั สว่า “การที่คริสตชนได้รับชัยชนะในครั้งนี้ก็เพราะ พระนางมารีย์องค์ความช่วยเหลือของบรรดา คริสตชน” ต่อมาในปี 1572 ใ นวันเดียวกันนั้นเองก็ได้ทำการฉลองชัยชนะที่กรุงโรมอีก “พระนางมารีย์องค์ความช่วยเหลือของบรรดาคริสตชน” ต่อมาภาย หลังก็ได้มีชัยชนะในที่อื่น ๆ เช่นที่กรุงเวียนนา  ในปี 1683 และที่ปีเตอร์วาราดีโน ในปี 1716 พระสันตะปาปาเคลเมนส์ที่ 11 จึงได้ตั้งวันฉลอง “(แม่พระ) แห่งลูกประคำ (ศักดิ์สิทธิ์)”    โดยให้ฉลองในวันอาทิตย์แรกของเดือนตุลาคม เวลานี้เราเรียก วันฉลองนี้ว่า วันฉลอง “พระนางพรหมจารีมารีย์แห่งลูกประคำ”
 


6 ตุลาคม ระลึกถึงนักบุญบรูโน
นักบุญ บรูโน พระสงฆ์ องค์อุปถัมภ์ของผู้เสียจริต

     นักบุญ บรูโน เกิดที่เมืองโคโลญ ต่อมาได้บวชเป็นพระสงฆ์และได้สอนเทววิทยาที่เมืองแรงส์ การประพฤติตัวที่ไม่เหมาะ สมของพระสงฆ์ชั้นผู้ ใหญ่คนหนึ่ง ได้เป็นสาเหตุทำให้ท่านทิ้งตำแหน่งอาจารย์ซึ่งขณะนั้นชื่อเสียงของท่านกำลังหอมกรุ่นอยู่ท ีเดียว ท่านได้เขียนคำอธิบายพระคัมภีร์ที่สำคัญ ไว้2 เรื่องคือคำอธิบาย เกี่ยวกับบทเพลงสดุดีและจดหมายของนักบุญเปาโล ท่านได้รับแต่งตั้งให้เป็นพระสังฆราช แต่ว่ากษัตริย์ได้ตั้งสังฆราชของตนอีกองค์หนึ่งขั้นแทนที่ ท่านจึงได้มุ่งหน้าสู่เมืองเกรอ นอนเบลอ
     ณ ที่เมืองนี้เองที่พระสังฆราชท้องถิ่นได้มอบสถานที่แห่งหนึ่งบน ภูเขาให้ท่านและ เพื่อนของท่านอีก 6 คน เป็นสถานที่สว ยงามโดดเดี่ยวเงียบสงบมีชื่อว่า ชารเตรอสและที่นี่เองที่ เป็นจุดเริ่มต้นของคณะนักบวชซิสเตอร์เซียน แม้ว่าในขณะนั้นบรูโน ไม่ได้มีความประสงค์ที่จะก่อตั้งคณะนักบวชขึ้น พระสันตะปาปาอูร์บาโนที่ 2 ซึ่งเคยเป็ยลูกศิษย์ของท่านต้องการให้ท่านมาอยู่ ที่กรุงโรม จึงได้ทรงสร้างอารามแห่งหนึ่งให้ในบริเวณสถานที่อาบน้ำร้อนของจักรพรรดิดีโอเคลซีอานุส (ภายหลังไมเกิ้ล แองเ จล โล ไดทำการบูรณะวัด กุฎิ และห้องส่วนตัว) ต่อมาท่านได้เดินทางไปยังแคว้นคาลาเบรีย และที่นี่ท่านได้ตั้งอารามนักบวชซิ สเตอร์เซียนขึ้นอีกบางอาราม ศพของท่านฝังไว้ในพระวิหารแห่งแซรร่า นักบุญบรูโน
 

5 ตุลาคม ระลึกถึง นักบุญโฟสติน่า โควัลสกา


     นักบุญโฟสตินามีชื่อเดิมว่า เฮเลนา โควัลสกา เกิดวันที่ 25 สิงหาคม ค.ศ. 1905 ณ หมู่บ้านโกลโกเวียช ประเทศโปรเเล นด์ เธอได้รับศีลล้างบาปเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม ค.ศ.1905 เข้าอารามคณะภคินีพระเเม่เเห่งความเมตตา เมื่อวันที่ 1 สิงหาค ม ค.ศ.1925 สมาชิกคณะนี้อุทิศตนเพื่อดูเเลเเละให้การศึกษาแก่สตรีที่ประสบปัญหาชีวิต ท่านถวายตัวครั้งเเรกในวันที่ 30 เ มษายน ค.ศ.1928 โดยใช้ศาสนนามว่า " ซิสเตอร์มาเรีย โฟสตินาแห่งศีลมหาสนิท " ในช่วงปี ค.ศ. 1930 ท่านได้รับสารพร ะเมตตาจากพระเยซูเจ้า ในปี ค.ศ.1934 ท่านเขียนบันทึก " พระเมตตาในวิญญาณของฉัน " เป็นคู่มือความศรัทธาต่อพระเ มตตา หนากว่า 600 หน้า ด้วยภาษาซื่อๆ เพื่อย้ำเเละอธิบายเรื่องในพระวรสาร เกี่ยวกับความรักที่พระเป็นเจ้าทรงมีต่อประช ากรของพระองค์ เเละเน้นถึงความจำเป็นที่เราจะต้องวางใจในกิจการแห่งความรักของพระองค์ ความศรัทธาเป็นพิเศษของท่ านต่อพระนางมารีย์ ต่อศีลมหาสนิทเเละศีลอภัยบาป ทำให้ท่านมีพละกำลังทนรับความทุกข์ทรมานทั้งปวง เเละยกถวายพระเ ป็นเจ้าเพื่อพระศาสนจักร เเละผู้ที่มีความต้องการเป็นพิเศษ โดยเฉพาะคนบาปเเละคนใกล้ตาย ท่านสิ้นใจในเมืองคราคูฟ ใน วัย 33 ปีเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม ค.ศ.1938 ร่างของท่านพักอย่างสงบ ณ สักการะสถานพระเมตตาในเมืองลาเจียฟนิกิ ประเทศโ ปเเลนด์ นักบุญสมเด็จพระสันตะปาปา ยอห์น ปอล ที่ 2 ประกาศให้ท่านเป็นบุญราศี เมื่อปี ค.ศ.1993 เเละได้สถาปนาเป็นนัก บุญเมื่อวันที่ 30 เมษายน ค.ศ. 2000 ณ มหาวิหารนักบุญเปโตร กรุงโรม โดยนักบุญสมเด็จพระสันตะปาปา ยอห์น ปอล ที่ 2


 


     องค์กรคริสตชนฆราวาส ทำงานแพร่ธรรมอย่างไรในอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
       สัมภาษณ์คุณสุพรรณี บุญยะรัตน์ ผู้ประสานงาน แผนกองค์กรคริสตชน ฆราวาส ฝ่ายธรรมทูต

องค์กรคริสตชนฆราวาสมีความเป็นมาอย่างไร
     แผนกองค์กรคริสตชนฆราวาส ฝ่ายธรรมทูต เดิมชื่อ แผนกกิจการฆราวาสแพร่ธรรม ปัจจุบันมีคุณพ่ออภิเดช สุภาจักร์ เ ป็นผู้จัดการแผนก ปีแรกๆที่ได้เข้ามาทำงาน อยู่ประมาณปี ค.ศ.1993 มีคุณพ่อวีระศักดิ์ วรนาโรจน์สุวิช เป็นผู้จัดการแผนก ต่อมาเป็นคุณพ่อชวลิต กิจเจริญ คุณพ่อวิทยา แก้วแหวน คุณพ่อปิยะชาติ  มะกรครรภ์ คุณพ่อวิชชุกรณ์ เกตุภาพ คุณพ่อพจนา รถ นิรมลทินวงศ์ และคุณพ่ออภิเดช สุภาจักร์ เป็นผู้จัดการคนปัจจุบัน แผนกฯ นี้ ประกอบไปด้วย คณะต่าง ๆ ได้แก่ คณะวินเ ซนต์เดอปอล ,คณะคูร์ซิลโลแห่งพระคริสต์ศาสนา ,คณะพลมารี , คณะอัศวินแห่งศีลมหาสนิท,คณะเทเรเซียน, คณะแพร่ธรร มแห่งแม่พระฟาติมา, คณะเซอร์ร่า ฯลฯ

องค์กรคริสตชนฆราวาส มีบทบาทหน้าที่ในการทำงานแพร่ธรรม ในอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯอย่างไร
     เป็นผู้ประสานงานและอำนวยความสะดวก สนับสนุนการทำงานของกลุ่มกิจการฆราวาสแพร่ธรรมทุกกลุ่ม ในอัครสังฆมณ ฑลกรุงเทพฯ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายเรื่องการแพร่ธรรมตามจิตตารมณ์องค์กร และให้เป็นไปตามนโยบายของฝ่ายธรรมทูต นอกจากนี้แล้วยังเป็นที่ปรึกษาและร่วมแก้ปัญหาเรื่องงานปฏิบัติงานเกี่ยวกับการแพร่ธรรมขององค์กร อีกทั้งเป็นศูนย์กลางรว บรวมพลังความคิด พลังการทำงานให้เป็นน้ำหนึ่งใจเดียว และมีทิศทางเดียวกันในการทำงานแพร่ธรรม รวมถึง ปลุกจิตสำนึก ของฆราวาสให้มีบทบาทมากยิ่งขึ้นในการแพร่ธรรม การประกาศข่าวดีโดยการเป็นพยานและแบบอย่างที่ดี  แผนกจัดทำโคร งการสนับสนุนองค์กรและสมาชิก ยังได้มีโครงการเพิ่มเติม อาทิ โครงการผลิตอุปกรณ์เพื่องานแพร่ธรรม โครงการร่วมมือกั นเผยแพร่พระวาจาพระเจ้าทางไปรษณีย์ โครงการเสริมสร้างความรู้ทางพระคัภมีร์ และคำสอนพระศาสนจักรให้กับสมาชิกใน องค์กรโครงการสร้างสำนึกฆราสเป็นผู้แพร่ธรรมก็ดี และโครงการสร้างเอกภาพระหว่างองค์กรในงานแพร่ธรรม

     จากวัยหนุ่มที่เอาแต่ความสนุกสนานและไม่มีอะไรเป็นแก่นสาร ฟรังเชสโกก็ได้กลับใจมาหาพระคริสตเจ้า และได้ยึดถือป ฏิบัติพระวรสารตามตัวอักษรเลยทีเดียว ทั้งได้ใช้ชีวิตในการ เลียนแบบพระเยซูเจ้าผู้ยากจน และทำทุกสิ่งทุกอย่างตามน้ำพระ ทัยของพระ เจ้าพระบิดา และ ในการเลียนแบบทำตัวให้เหมือนกับพระเยซูเจ้าอย่างที่สุดนี้เองที่ท่านได้รับรอยแผลอันศักดิ์สิท ธิ์ของพระองค์ “จงยึดเอารอยแผลแห่งพระทรมานของพระคริสตเจ้า ไว้ในร่างกายของท่าน” ( กท 6, 17 )
     ฟรังเชสโกไม่ได้ยึดถือชีวิตนักบวชตามแบบแผนขนบธรรมเนียมที่ได้เคยปฏิบัตกันมา ตั้งแต่สมัยโบราณ ท่านได้สร้างภรา ดรภาพ และคณะนักบวชฟรังซิสกันที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งกำเนิดมาจากท่าน เช่น Minor, Conventual, Capucine เป็นต้น เพราะได้ พบชีวิตแบบอย่างของนักบวชในตัวท่านมากกว่าในกฏวินัยเสียอีก รูปแบบแห่งความศักดิ์สิทธิ์ของฟรัง เชสโกนั้นได้แผ่ขยายไ ปทั่วโลกโดยคณะนักบวชชั้นที่สาม และเชื่อมสัมพันธ์ทุกๆ คนที่ถือว่าจิตตารมณ์เหนือกว่าตัวอักษรและความรักเหนือกว่าควา มยุติธรรม


     พระวรสารได้พูดถึงเทวดาบ่อยครั้งพอสมควร เป็นต้นพระเยซูเจ้าเองได้ทรงยืนยัน เรื่องนี้เวลาที่พระองค์ทรงป้องกันพวกเ ด็กๆ โดยได้บอกว่า “เทวดาของพวกเด็ก ๆ เหล่านี้อยู่เฉพาะพระพักตร์พระบิดาเสมอ” (มธ 18:10)

     แรกเริ่มเดิมทีพิธีเคารพให้เกียรติแก่เทวดารักษาตัวนั้นรวมอยู่กับวันฉลองอัครเทวดามีคาแอล แต่ว่าจากศตวรรษที่ 16 เ ป็นต้นมา   ก็ปรากฏว่ามีศาสนจักรหลายท้องที่ที่ได้ฉลองอารักขเทวดานี้ได้เริ่มเข้ามาใช้ในปฏิทินโรมันเมื่อปี 1615

     ประวัติศาสตร์แห่งความรอดได้มาสู่ทุกคนในสภาพชีวิตที่เป็นจริงของแต่ละคน     พระคัมภีร์เองก็ได้ให้คำมั่นสัญญาไว้ว่า “เทวดาของเราจะเดินหน้าท่าน” ( อพย 23:20-23 ) และคำมั่นสัญญานี้ได้เป็นความจริงสำหรับประชากรผู้ได้รับเลือกสรร สำ หรับพระศาสนจักร สำหรับพระศาสนจักรท้องถิ่นแต่ละแห่ง สำหรับทุกๆ กลุ่มหรือทุกๆ สังคม และที่สุดสำหรับ แต่ละคนด้วย  โดยนัยนี้ที่มีนักบุญเป็นจำนวนมากได้มีความสนิทสนมเป็นพิเศษและความศรัทธาภักดีต่ออารักขเทวดาของตน

     ในความสัมพันธ์กันทั่วพระศาสนจักรที่กำลังเดินหน้าไปสู่สวรรค์บ้านเกิดเมืองนอน ที่แท้จริง เราให้ความเคารพต่อบรรดาเ ทวดา และให้เราสรรเสริญขอบพระคุณพระเจ้าที่ ได้ให้เราได้มีประสบการณ์ในคำเสนออ้อนวอนอันทรงฤทธิ์ของอารักขเทวด านี้   “จนกว่าพระคริสตเจ้าจะ เสด็จมาในพระเกียรติมงคลของพระองค์และบรรดาเทวดาทั้งหลายด้วย” ( เทียบ มธ 25:31 ) และเมื่อได้ทำลายความตายให้พินาศไปแล้ว พระองค์จะได้ถวายทุกสิ่งทุกอย่างไว้ที่เชิงพระบาทของพระบิดาเจ้า ( เทียบ 1 ค ร 15:26-27 และ LG 49 )

     เทวดาองค์หนึ่งได้นำข่าวมาแจ้งแด่พระนางมารีย์ “เมื่อพระบุตรจะทรงรับเอากาย” ในสวนเกทเซมานี เทวดาองค์หนึ่งได้ มารับเอาการถวายของพระคริสตเจ้า “โอ้ข้าแต่พระบิดาเจ้า.. แต่ขอให้เป็นไปตามน้ำพระทัยของพระองค์”    และก็เป็นเทวด าอีกองค์หนึ่งในอาภรณ์สีขาวที่ได้ แจ้งข่าวการเสด็จกลับคืนชีพของพระคริสตเจ้า เทวดาองค์นี้ได้บอกให้พวกสตรีที่มายังพระ คูหาอย่าได้ตกใจกลัวไปเลย โดยได้บอกว่า “อย่ากลัว พระองค์มิได้อยู่ที่นี่พระองค์ได้ทรงกลับคืนชีพ แล้ว” เช่นเดียวกันทุกวัน นี้      บรรดาเทวดาของพระเจ้าก็ได้ร่วมมือกับพระศาสนจักรอย่างน่าพิศวงเพื่อให้พระศาสนจักรได้บันดาลให้การระลึกถึง      “การเสด็จมารับสภาพเป็นมนุษย์    พระทรมาน    การสิ้นพระชนม์ และการกลับคืนชีพของพระเยซูเจ้า     พระคริสตเจ้าของเ ราได้สำเร็จบริบูรณ์ไป โดยอาศัยความช่วยเหลือของท่าน ให้เราได้ออกแรงทำงานเพื่อว่าธรรมล้ำลึกปัสกา จะได้สามารถบรร ลุถึงความสำเร็จขั้นบริบูรณ์ในตัวเรา คือจนกว่าเราจะได้มีส่วนในชีวิตนิรันดรพร้อมกับท่านในบ้านของพระบิดา


   วันเสาร์ที่ 12 กันยายน ค.ศ 2016   แผนกองค์กรคริสตชนฆราวาส ร่วมกับองค์กรฆราวาสเผยแผ่ธรรมต่าง ๆ ออกบูธสั ญจรนำพระวาจาสู่ปวงชน ที่วัดมารีย์สมภพ   (บ้านแพน) ในโอกาสฉลองวัด สำหรับวัตถุประสงค์ในการออกบูธเพื่อสนับสนุน สมาชิกองค์กรฆราวาสเผยแผ่ธรรม อีกทั้งร่วมมือร่วมใจกันปฏิบัติงานภาคสนามนำพระวาจาสู่คริสตชนและผู้สนใจอย่างเป็นรู ปธรรม ตามปริบทสังคม  สำหรับกิจกรรมนำพระวาจาที่จัดทำในรูปแบบต่าง ๆ เช่น รูปพระ  บัตรพระวาจา เอกสาร และพระว รสาร โดยมีการเชิญชวนผู้มาร่วมฉลองวัดรับไปอ่าน  แบ่งปันความคิด ถ้ามีเวลา  และมอบของขวัญเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้ผู้ร่วมกิ จกรรม สำหรับการจัดบูธครั้งนี้ มีเด็กนักเรียน ขอบัตรพระวาจาเพิ่มเติมเพื่อนำไปฝากครอบครัว เกิดอาสาสมัครเดินนำพระวา จาเชิญชวนผู้ที่อยู่ไกลบู๊ธได้สัมผัสพระวาจา เป็นการสร้างบุคคลากรเผยแผ่ธรรมโดยธรรมชาติ เกิดความเป็นมิตร รู้จักกัน ร ะหว่างผู้ดำเนินงานและผู้ร่วมกิจกรรม (องค์กรฆราวาสเผยแผ่ธรรมต่าง ๆ  อัศวินแห่งศีลมหาสนิท  แพร่ธรรมแห่งแม่พระฟา ติมา   พลมารีย์  เซอร์ร่า คูร์ซิลโล ฯ วินเซนต์เดอปอล เทเรเซียน  พระเมตตา  กลุ่มพระจิต ) 

 โอกาสนี้ขอขอบคุณคุณพ่อวิชชุกรณ์ เกตุภาพ  เจ้าอาวาส ที่ให้การสนับสนุน และเอื้อเฟื้อสถานที่ในการจัดกิจกรรม ผ่านทาง สภาภิบาลวัด


วันเสาร์ที่ 3 กันยายน 2016 คณะพลมารีย์ จัดงานฉลอง 95 ปี การก่อตั้งคณะพลมารีย์ ณ วัดนักบุญเปโตร สามพร าน โดยมีการแสวงบุญ โอกาสปีศักดิ์สิทธิ์แห่งเมตตาธรรม ณ สักการสถานบุญราศีคุณพ่อนิโคลาส บุญเกิด กฤษบำรุง โดยมีคุ ณพ่ออนุสรณ์ แก้วขจร นำวจนพิธีกรรม และกิจกรรมที่วัดนักบุญเปโตร


แผนกองค์กรคริสตชนฆราวาส ฝ่ายงานธรรมทูต อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ นำโดยคุณพ่ออภิเดช สุภาจักร์ ผู้จัด การแผนก จัดงานส่งเสริมเอกภาพองค์กรเพื่อสร้างผู้นำทุกระดับฯ เมื่อ วันที่ 9 สิงหาคม 2016 ณ วัดนักบุญเทเรซา  ( หนองจอก) จำนวนผู้เข้าร่วมโครงการ รวม  13   คน  พระสงฆ์ 2 องค์  ซิสเตอร์ 1  ท่าน  ชาย  3 คน   หญิง  8   คน  เจ้า หน้าที่  1 คน โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อสรุปแนวทางในการทำงานร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม สรุปงานที่จัดทำใน เดือน สิงหาค ม  ค.ศ 2016  และปรึกษาหารืองานที่จะร่วมกันจัดทำต่อไป เริ่มต้นด้วยภาวนาแบ่งปันพระวาจา เวลา09.30น. จากนั้นสรุปงา นเตรียมให้ความรู้ความเข้าใจแก่สมาชิกองค์กร เกี่ยวกับบทเพลงสดุดี โดยคุณพ่อธรรมรัตน์ เรือนงาม วันที่ 26 สิงหาคม  นี้ ที่ตึกวันทามารีย์  เซนต์หลุยส์ โดยแบ่งหน้าที่กัน แนวทางที่ทำงานร่วมกัน  การออกงานภาคสนามระดับวัด  แต่ละองค์กรด ำเนินงานตามจิตตารมณ์และงานขององค์กร  แต่มีเป้าหมายอยู่ที่การสร้างชุมชนศิษย์พระคริสต์