Home

 

     - สมณกฤษฎีกาว่าด้วยงานแพร่ธรรม

     - ประกาศพระวรสารในโลกปัจจุบัน

     - พระสมณลิขิตเตือน
       “พระวาจาขององค์พระผู้เป็นเจ้า”

  

 

 

     - คณะพลมารีย์

     - คณะวินเซน เดอ ปอล

     - คณะคูร์ซิลโล แห่งพระคริสตศาสนา

     - คณะเซอร่า

   - คณะแพร่ธรรมแห่งแม่พระฟาติมา

   - คณะอัศวินแห่งศีลมหาสนิท

   - คณะพระเมตตา

  

 

 

     - ข่าวคณะพลมารีย์

     - ข่าวคณะวินเซน เดอ ปอล

     - ข่าวคณะคูร์ซิลโล แห่งพระคริสตศาสนา

     - ข่าวคณะเซอร่า

     - ข่าวคณะแพร่ธรรมแห่งแม่พระฟาติมา

     - ข่าวคณะอัศวินแห่งศีลมหาสนิท

     - ข่าวคณะพระเมตตา

  

 

     - อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ

     - วัดแม่พระฟาติมา

    

    

 

    

      

    

 

    

 

    

 

    

 

    

 

    
 

    

             ที่มา แผนกคริสตศาสนธรรมกรุงเทพฯ

เพลงสดุดีที่ 81 สำหรับเทศกาลอยู่เพิง
   เพลงสดุดีบทนี้เป็นเพลงฉลองการเก็บเกี่ยวของชาวอิสราเอล ซึ่งรู้จักกันในนาม "ฉลองเทศกาลอยู่เพิง" งานฉลองนี้เป็นการแสดงความยินดีขอบพระคุณพระเจ้า ซึ่งทำกันในวันเพ็ญเดือนกันยายน เมื่อเขาเก็บเกี่ยวพืชผลเสร็จ ผู้มาชุมนุมกันในพระวิหารได้ยินประกาศกประจำพระวิหารประกาศพระดำรัสของพระเจ้าให้ทุกคนฟัง ว่าพระเจ้าเคยทรงช่วยประชากรของพร ะองค์ออกมาจากประเทศอียิปต์ (ข้อ 6-8) และทรงบัญชาให้เขาเชื่อฟังพระองค์อย่างไร (ข้อ 8-10) การไม่ยอมเชื่อฟังจะทำให้ประชากรได้รับโทษ (ข้อ 11-12) แต่ถ้าเขาเชื่อฟังพระองค์ พระเจ้าจะทรงปกป้องเขาและประทานความอุดมสมบูรณ์ให้แผ่นดินของเขา (ข้อ 13-16) พระพรต่างๆ ที่เราคริสตชนได้รับจากพระเจ้าผ่านทางพระคริสตเจ้า เชิญชวนเราให้เชื่อฟังพระวาจาของพระองค์อย่างสมบูรณ์ พิธีบูชาของพระคุณแต่ละครั้งเป็นการขอบพระคุณพระเจ้าสำหรับพระพรต่างๆ ที่เราได้รับ และเป็นการรื้อฟื้นความตั้งใจว่าเราจะซื่อสัตย์ต่อพระคริสตเจ้าตลอดไป

เพลงสดุดีที่ 82 พระยาห์เวห์ทรงพิพากษาผู้ปกครองนานาชาติ
   สดด บทนี้มีลักษณะเป็นคำเตือนของประกาศกคล้ายกับ สดด 58 ผู้ประพันธ์มองพระเจ้าของคนต่างชาติว่าเป็นเสมือน "เทพเจ้า" ชั้นสองซึ่งพระเจ้าทรงมอบภารกิจให้ดูแลชนต่างชาติที่ไม่ใช่ชาวอิสราเอล (เทียบ ฉธบ 32:8-9) บัดนี้พระเจ้าทรง ตำหนิบรรดาเทพเจ้าเหล่านี้ ที่ไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่การให้ความยุติธรรม โดยเฉพาะแก่คนยากจนและคนอ่อนแอ พระเจ้าจึงทรงถอดให้พ้นจากการมีศักดิ์ศรีเป็น "เทพเจ้า" (ซึ่งเป็นอมตะ) กลับมีสภาพเหมือนมนุษย์ที่จำต้องตาย สดด บทนี้เป็นคำตักเตือนที่ดีสำหรับผู้มีอำนาจปกครอง เขาต้องจดจำไว้เสมอว่าอำนาจนี้มาจากพระเจ้าและต้องใช้มันตามกฎเกณฑ์ที่พระองค์ทรงวางไว้ ซึ่งหมายถึงอำนาจทั้งทางบ้านเมืองและในพระศาสนจักร

เพลงสดุดีที่ 83 บทภาวนาขอให้มีชัยชนะต่อศัตรูของชาติ
   สดด บทนี้เป็นบทภาวนาอ้อนวอนส่วนรวมอีกบทหนึ่งของประชากรทั้งชาติ ผู้ประพันธ์กล่าวถึงศัตรูของอิสราเอลที่รวมกำลังกันมารุกราน ประชากรจึงอ้อนวอนพระเจ้าให้ทรงลงโทษศัตรูที่มาคุกคามในปัจจุบัน เช่นเดียวกับที่เคยทรงลงโทษศัตรูในอดีต มนุษย์ทั้งหลายจะได้ยอมรับว่าพระยาห์เวห์ทรงเป็นพระเจ้าเที่ยงแท้เพียงพระองค์เดียว เมื่อใช้ สดด บทนี้สวดภาวนา เ ราคริสตชนอาจคิดถึงศัตรูของพระศาสนจักรในช่วงเวลาต่างๆ ตลอดมาในประวัติศาสตร์ และได้รับกำลังใจจากพระสัญญาที่พระเยซูเจ้าประทานแก่เปโตรซึ่งเป็น "ศิลา" ที่พระองค์ทรงตั้งเป็นรากฐานรองรับพระศาสนจักรที่พระองค์จะทรงสร้างว่าจะไม่มีอำนาจใดมาทำลายพระศาสนจักรนี้ได้ (เทียบ มธ 16:17-18)

เพลงสดุดีที่ 84 คำอธิษฐานของผู้จาริกแสวงบุญ
   สดด บทนี้เป็นหนึ่งในจำนวน "เพลงศิโยน" ที่ชาวอิสราเอล ซึ่งกำลังเดินทางมาร่วมงานฉลองที่กรุงเยรูซาเล็มขับร้องระหว่ างทาง เนื้อเพลงแสดงความรักที่ชาวอิสราเอลใจศรัทธาแต่ละคนมีต่อพระวิหารของพระเจ้า และแสดงความปรารถนาอยากจะมาร่วมพิธีที่นั่น เราคริสตชนมีบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่และน่าปรารถนามากกว่าพระวิหารที่กรุงเยรูซาเล็ม  เพราะพระวิหารที่กรุงเยรูซาเล็มเป็นเพียง "เงา" ของพระวิหารแท้จริง คือองค์พระคริสตเจ้า เท่านั้น   จดหมายถึงชาวฮีบรูกล่าวถึงพระวิหารแท้นี้ว่าเป็น "ภูเขาศิโยนและนครแห่งพระเจ้าผู้ทรงชีวิต คือนครเยรูซาเล็มในสวรรค์" (เทียบ ฮบ 12:22)

เพลงสดุดีที่ 85 คำอธิษฐานภาวนาเพื่อสันติภาพและความยุติธรรม
   ประชากรอิสราเอลใช้เพลงสดุดีประเภท "คำอ้อนวอนส่วนรวม" บทนี้ทูลพระเจ้าให้ทรงระลึกถึงความโปรดปรานที่พระองค์เคยประทานแก่เขา รวมทั้งการอภัยความผิดที่เขาได้ทำในอดีต. จากประสบการณ์นี้เขาอธิษฐานภาวนาด้วยความมั่นใจว่า พระองค์จะไม่ทรงพิโรธเขาในขณะนี้ แต่จะทรงช่วยเขาให้ฟื้นขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง ภูมิหลังทางประวัติศาสตร์ของ สดด บทนี้ดูเหมือนจะเป็นช่วงเวลาหลังกลับจากเนรเทศที่กรุงบาบิโลน เมื่อประชาชนต้องดิ้นรนในการสร้างชาติขึ้นใหม่ การคิดคำนึงถึงพระราชกิจของพระเจ้าในอดีตเท่านั้น ให้กำลังใจแก่ชาวอิสราเอลที่จะหวังว่าเขาจะพบความยุติธรรมและสันติภาพในอนาคต การเสด็จมาของพระคริสตเจ้าทำให้ความหวังดังกล่าวเป็นจริง ถึงกระนั้น คริสตชนแต่ละสมัยจะต้องออกแรง เพื่อให้อุดม การณ์นี้สำเร็จโดยสมบูรณ์ในโลกใหม่ นี่จึงเป็นพันธกิจของพระศาสนจักรและของคริสตชนแต่ละคน

เพลงสดุดีที่ 86 คำอธิษฐานภาวนาในยามทุกข์
   เพลงอ้อนวอนบทนี้ เป็นคำภาวนาของชาวอิสราเอลใจศรัทธา อาจเป็นชนเลวีคนหนึ่งซึ่งกล่าวว่าตนเป็นคนยากจนขัดสนและถูกเบียดเบียน แสดงความศรัทธาอันลึกซึ้งต่อพระเจ้าและมั่นใจว่าพระองค์ทรงรักเขาอย่างยิ่ง คำภาวนาที่ขอให้มีใจซื่อต รงและเคารพยำเกรงพระเจ้า น่าจะสะท้อนข้อเรียกร้องว่าชนเลวีที่รับใช้พระเจ้านั้นต้องมีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง (เทียบ อพย 32:25-29) สดด บทนี้เป็นบทภาวนาที่คริสตชนอาจใช้ได้ในความหมายตามตัวอักษร เพื่อแสดงความผูกพันที่ตนมีอยู่กับพระเจ้าและในขณะเดียวกันก็ยืนยันความเชื่อมั่น ว่าพระเจ้าทรงความรักอันหาขอบเขตมิได้ต่อตน

เพลงสดุดีที่ 87 ภูเขาศิโยน มาตุภูมิแห่งนานาชาติ
   สดด บทนี้เป็นหนึ่งใน "เพลงศิโยน" ซึ่งผู้แสวงบุญชาวอิสราเอลจากส่วนต่างๆ ของโลกขับร้องเมื่อเดินทางมายังกรุงเยรูซ าเล็ม  เพลงนี้คงแต่งขึ้นหลังกลับจากการเนรเทศที่กรุงบาบิโลนซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ชาวยิวจำนวนไม่น้อยแยกย้ายกัน ไปพำนักอยู่ในดินแดนต่างๆ นอกแผ่นดินปาเลสไตน์ ชาวยิว"โพ้นทะเล"เหล่านี้ยังคงถือว่า "ศิโยน" เป็นเสมือน "มารดา" แท้ที่ให้กำเนิดตน สดด บทนี้ยังอาจสะท้อนความคิด "สากล" ที่พบได้ในหนังสือหลายเล่มของพันธสัญญาเดิม  (คือความคิดที่ว่าพระยาห์เวห์ทรงเป็นพระเจ้าผู้ทรงสร้างและดูแลสากลโลกรวมทั้งมนุษย์ทุกคน ไม่เพียงแต่ทรงเป็นพระเจ้าของอิสราเอลเท่านั้น เ ทียบ อสย 2:1-3)  ในพันธสัญญาใหม่ พระศาสนจักรคือ "ศิโยน" ใหม่ที่คริสตชนจากทั่วโลกจะพบว่าเป็นมารดาและที่พำนักแท้จริงของตน

เพลงสดุดีที่ 88 คำอธิษฐานภาวนาในยามทุกข์ยากแสนสาหัส
   สดด บทนี้ซึ่งอยู่ในประเภท "คำอ้อนวอนส่วนตัว" เห็นจะต้องนับว่าเป็นคำอ้อนวอนที่แสดงความทุกข์ใจมากที่สุดในบรรด าเพลงสดุดี เนื้อหาของเพลงเป็นคำภาวนาของผู้กำลังป่วยหนักจวนจะตาย ตามปรกติเพลงสดุดีประเภทคำอ้อนวอนมักจะมีข้อความแสดงความวางใจว่าพระเจ้าจะทรงฟังคำอ้อนวอน และตอบสนองตามคำขออยู่ด้วยเสมอ แต่ สดด บทนี้ดูเหมือนจะมองโลกในแง่ร้ายตั้งแต่ต้นจนจบ แต่ที่น่าแปลกและน่าจะเป็นบทสอนใจเราทุกคน ก็คือผู้ประพันธ์ยังอธิษฐานภาวนาต่อไปได้ บทสอนใจสำหรับเราก็คือ ไม่ว่าเราจะอยู่ในสภาพเลวร้ายและหมดหวังสักเพียงไร เราต้องไม่ยอมเลิกวอนขอต่อพระเจ้า เพราะการอธิษฐานภาวนาเป็นสายสัมพันธ์เส้นสุดท้ายที่ยังเชื่อมเราไว้กับพระองค์

เพลงสดุดีที่ 89 คำอธิษฐานภาวนาขอให้พระเจ้าทรงระลึกถึงพระสัญญา
   สดด บทนี้เป็นบทภาวนาเกี่ยวกับกษัตริย์ในรูป "คำอ้อนวอนของประชากร" เมื่อกษัตริย์ในราชวงศ์ดาวิดต้องประสบความพ่ายแพ้ เนื้อเพลงเท้าความถึงพระสัญญาที่พระเจ้าทรงกระทำไว้กับกษัตริย์ดาวิด (2 ซมอ 7) และแสดงความข้องใจที่ทำไ มพระเจ้าจึงดูเหมือนว่าทรงผิดสัญญาเมื่อกษัตริย์ต้องประสบความพ่ายแพ้อย่างน่าอัปยศ แต่ประชาชนก็ยังไม่หมดหวัง ยังคงอธิษฐานภาวนาต่อไป วอนขอพระเจ้าให้พระสัญญาที่ทรงให้ไว้กับกษัตริย์ดาวิดสำเร็จเป็นจริง สำหรับเราคริสตชน พระสัญญานี้สำเร็จเป็นจริงโดยสมบูรณ์แล้วในพระเยซูเจ้าผู้ทรงเป็น "โอรสของกษัตริย์ดาวิด" เพลงสดุดีบทนี้เป็นคำภาวนาที่เหมาะสำหรับพระศาสนจักร โดยเฉพาะพระศาสนจักรในส่วนต่างๆของโลกที่มีคริสตชนกำลังถูกเบียดเบียน คริสตชนอาจใช้ สด ด บทนี้เป็นคำภาวนาโดยมีความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม เพราะพระคริสตเจ้าทรงสัญญาไว้แล้วกับเปโตรว่าจะไม่มีอำนาจใดมาชนะพระศาสนจักรของพระองค์ได้ (มธ 16:18)

เพลงสดุดีที่ 90 ความอ่อนแอของมนุษย์
   เพลงสดุดีบทนี้ก็อยู่ในประเภท "คำอ้อนวอนของชุมชน" เช่นกัน ต่างกันที่ว่าไม่ใช่บทภาวนาสำหรับโอกาสที่ประชาชนประ สบความพ่ายแพ้สงครามหรือภัยพิบัติทางธรรมชาติ เนื้อหาของบทเพลงเป็นการพิจารณาคำนึงถึงความอนิจจังของมนุษย์ซึ่งมีชีวิตอยู่ไม่นานและยังควรจะได้รับโทษจากพระเจ้าเพราะบาปที่ได้ทำ สภาพนี้ช่างตรงข้ามกับลักษณะของพระเจ้าผู้ทรงดำรงอยู่ตลอดนิรันดรและทรงพระอานุภาพหาขอบเขตมิได้ การพิจารณาเช่นนี้อยู่ในลีลาของวรรณกรรมประเภทปรีชาญาณ เมื่อผู้ประพันธ์เพลงสดุดีเตือนใจประชาชนให้คำนึงถึงความอนิจจังของชีวิต เขามีเจตนาที่จะสอนให้ทุกคนมี "จิตใจปรีชาฉล าด" คือรู้จักดำเนินชีวิตให้สอดคล้องกับพระบัญญัติของพระเจ้านั่นเอง

เพลงสดุดีที่ 91 บทภาวนาขอความคุ้มครองจากพระเจ้า
   สดด บทนี้จัดอยู่ในประเภท "ปรีชาญาณ" แสดงความวางใจเต็มที่ต่อพระเจ้าผู้ทรงอานุภาพและพร้อมที่จะปกป้องผู้ที่เข้ามาพึ่งพระองค์ในพระวิหารให้พ้นจากภยันตรายทั้งปวง พันธสัญญาใหม่อ้างข้อความจาก สดด บทนี้เมื่อพระเยซูเจ้าตรัสว่าบ รรดาศิษย์จะได้รับความคุ้มครองจากพระเจ้าในงานแพร่ธรรม (มก 16:18; ลก 10:19) คริสตชนแต่ละคนกำลังเดินทางมุ่งสู่นครเยรูซาเล็มในสวรรค์ แต่การเดินทางนี้เต็มไปด้วยอันตรายต่างๆ มีแต่พระเจ้าเท่านั้นจะทรงช่วยป้องกันเราได้ "เพราะเรามิได้ต่อสู้กับพลังมนุษย์ แต่ต่อสู้กับนิกรเจ้าและนิกรอำนาจ ต่อสู้กับผู้ปกครองพิภพแห่งความมืดมนนี้ ต่อสู้กับบรรดาจิตแห่งความชั่วช้าที่อยู่บนท้องฟ้า" (อฟ 6:12)

เพลงสดุดีที่ 92 บทเพลงของผู้ชอบธรรม
   ในบทเพลงสรรเสริญและขอบพระคุณบทนี้ ผู้ประพันธ์แสดงความยินดีที่ได้สัมผัสกับความรัก และความเอาพระทัยใส่ดูแลของพระเจ้า แต่ก็ยังมีบทสอนด้วยว่าผู้ชอบธรรมเท่านั้นจะได้รับความยินดีแท้จริงและความสำเร็จจีรังยั่งยืน คนชั่วอาจดูเหมือนว่าประสบความรุ่งเรือง แต่เขาถูกกำหนดไว้ให้พินาศ (เทียบ สดด 1) คริสตชนได้รับพระพรจากพระเจ้ามากกว่าผู้ประพัน ธ์เพลงสดุดี เราจึงต้องรู้บุญคุณและสรรเสริญพระเจ้าอยู่เสมอ โดยเฉพาะเมื่อประกอบศาสนพิธี
เพลงสดุดีที่ 93
พระเจ้าทรงเป็นกษัตริย์
   สดด บทนี้เป็นบทหนึ่งในบรรดาเพลงสรรเสริญที่เกี่ยวข้องกับพิธีราชาภิเษก เฉลิมฉลองอำนาจปกครองของพระเจ้าเหนือชนชาติต่างๆทั่วโลก สดด 93 เฉลิมฉลองชัยชนะของพระเจ้าเหนืออำนาจความปั่นป่วนวุ่นวายยิ่งใหญ่ของน้ำ เมื่อทรงเนร มิตสร้างโลก (เทียบ ปฐก 1) สดด บทนี้ยืมภาษาและสำนวนตำนานเทพจากศาสนาของชาวคานาอันมาใช้เช่นเดียวกับ สดด 29 ทำให้หลายคนคิดว่า สดด บทนี้เป็นบทเพลงที่โบราณที่สุดบทหนึ่งในหนังสือเพลงสดุดี คริสตชนอาจขับร้องเพลงสดุดีบทนี้เพื่อสรรเสริญพระคริสตเจ้า ที่ทรงเป็นกษัตริย์ปกครองจักรวาลทั้งสิ้น พระองค์ทรงรับอำนาจปกครองยิ่งใหญ่นี้ มาจากชัยชนะที่ทรงมีต่อบาปและผลร้ายทั้งสิ้นของมัน
เพลงสดุดีที่ 94
พระเจ้าทรงเที่ยงธรรม
   สดด บทนี้เป็นทั้งคำอ้อนวอน ขอบพระคุณและบทประพันธ์ประเภท "ปรีชาญาณ" ผู้กล่าวข้อความใน สดด บทนี้คงมีตำแหน่งทางการ เช่นเป็นประกาศกหรือกษัตริย์ เขากล่าวถึงการกระทำที่เลวร้ายของคนชั่ว และเตือนคนชั่วเหล่านั้นว่าพระเจ้าผู้ทรงล่วงรู้ทุกสิ่งทรงทราบว่าเขากำลังทำอะไรอยู่ แล้วผู้ประพันธ์แสดงความมั่นใจว่าพระเจ้าจะทรงปกป้องเขา และคนดีมีธร รมทั้งหลายให้ปลอดภัยจากคนชั่วเหล่านั้น   เมื่อใช้ สดด บทนี้ภาวนา คริสตชนอาจคิดถึงสมาชิกหลายคนของสังคมที่กำลังเผชิญกับความอยุติธรรมและถูกข่มเหง เขากำลังร้องขอความช่วยเหลือจากพระเจ้าให้พระองค์เสด็จมาช่วยเหลือ และประทานความยุติธรรมให้เขา

เพลงสดุดีที่ 95 คำเชิญชวนให้สรรเสริญพระเจ้า
   สดด บทนี้เป็นคำเชิญชวนประชาชนให้มาร่วมพิธีกรรมเพื่อสรรเสริญและถวายนมัสการแด่พระเจ้า ผู้ทรงเป็นกษัตริย์แล ะพระผู้สร้างสรรพสิ่ง และยังทรงเป็นผู้เลี้ยงดูประชากรของพระองค์อีกด้วย ผู้นำขับร้องเตือนประชาชนให้เชื่อฟังพระเจ้า อย่าไปเอาอย่างบรรดาบรรพบุรุษที่เคยมีใจแข็งกระด้างถึงกับทดลองพระเจ้า พระศาสนจักรใช้ สดด บทนี้เป็นบทนำพิธีทำวัตรประจำวัน เพื่อเชิญชวนทุกคนให้ถวายคารวกิจต่อพระเจ้าจากใจจริง

เพลงสดุดีที่ 96 พระยาห์เวห์ทรงเป็นกษัตริย์และทรงเป็นผู้พิพากษา
   สดด บทนี้เป็นบทเพลงสรรเสริญพระเจ้าในฐานะที่ทรงเป็นกษัตริย์แห่งสกลจักรวาลอีกบทหนึ่ง ผู้ประพันธ์เชิญชวนให้มว ลมนุษย์สรรเสริญพระเจ้าแห่งอิสราเอล ผู้ทรงพระสิริรุ่งโรจน์ ว่าทรงเป็นพระเจ้าเที่ยงแท้เพียงพระองค์เดียว พระคริสตเจ้าทรงสถาปนาพระอาณาจักรของพระเจ้าแล้วก็จริง แต่พระอาณาจักรนี้ยังไม่สมบูรณ์ พันธสัญญาใหม่ใช้ข้อสุดท้ายของเพลงสดุดีบทนี้ประกาศว่าพระคริสตเจ้าจะเสด็จมาอีก "เพื่อทรงพิพากษาโลกด้วยความยุติธรรม" (กจ 17:31) ในเวลานั้นเท่านั้นพระอาณาจักรของพระเจ้าจะเป็นจริงอย่างสมบูรณ์ เพราะฉะนั้นในเวลานี้เราคริสตชนจึงต้องอธิษฐานภาวนาต่อไปดังที่พระเยซูเจ้าทรงสอนไว้ว่า "พระอาณาจักรจงมาถึง"

เพลงสดุดีที่ 97 พระยาห์เวห์ทรงเป็นกษัตริย์ปกครอง
   สดด บทนี้เป็นเพลงสรรเสริญพระเจ้าทรงเป็นกษัตริย์หนึ่งในหกบท ผู้ประพันธ์บรรยายการที่พระเจ้าทรงสำแดงพระองค์แก่มนุษย์โดยใช้ภาพพจน์ตามธรรมประเพณี เช่น เมฆ ไฟ ฟ้าแลบ ปรากฏการณ์เช่นนี้ยังใช้เป็นสัญลักษณ์ หมายถึงควา มศักดิ์สิทธิ์และความลึกลับของพระเจ้าอีกด้วย ผู้ประพันธ์กล่าวถึงเทพเจ้าที่ชนชาติต่างๆ เคารพนับถือว่าเป็นผู้รับใช้ของพระองค์เช่นเดียวกับที่กล่าวถึงในเพลงสรรเสริญพระเจ้าทรงเป็นกษัตริย์บทอื่นๆ ทำให้ชนชาติเหล่านั้นต้องรู้สึกอับอาย ชาวอิสราเอลยินดีเพราะพระเจ้าของเขาทรงยิ่งใหญ่กว่าเทพเจ้าทั้งปวง เราคริสตชนอาจเข้าถึงพระเจ้าผู้ศักดิ์สิทธิ์และทรงมหิทธานุภาพนี้ได้ โดยทางพระคริสตเจ้าซึ่งทรงมาบังเกิดเป็นมนุษย์เหมือนกับเรา

เพลงสดุดีที่ 98 พระยาห์เวห์ทรงพิพากษาโลก
   เพลงสรรเสริญพระเจ้าทรงเป็นกษัตริย์ บทที่สี่นี้คล้ายกันกับ สดด 96 ทั้งในโครงสร้างและเนื้อหา เพลงสดุดีเริ่มด้วยการเชิญชวนให้ขับร้อง "เพลงบทใหม่" เพื่อขอบพระคุณพระเจ้าสำหรับพระราชกิจต่างๆที่ทรงกระทำเพื่ออิสราเอล ต่อจากนั้นผู้ประพันธ์เชิญชวนนานาชาติรวมทั้งธรรมชาติที่ไม่มีชีวิตด้วยให้ขับร้องรับเสด็จพระเจ้าแห่งอิสราเอลซึ่งเสด็จมาปกครองโล ก เพลงสดุดีที่ 98 นี้สะท้อนนิมิตที่ประกาศกอิสยาห์ที่สองแลเห็นว่าพระเจ้าจะทรงชัยชนะในวาระสุดท้ายและมนุษย์ทุกคนจะรอดพ้น

เพลงสดุดีที่ 99 พระเจ้าทรงเป็นกษัตริย์ผู้ทรงความเที่ยงธรรมและความศักดิ์สิทธิ์
   เพลงสดุดีบทนี้ เป็นบทสุดท้ายในเพลงสรรเสริญพระเจ้าทรงเป็นกษัตริย์จำนวนหกบท สดด บทนี้เน้นเป็นพิเศษถึงความ ศํกดิ์สิทธิ์ของพระเจ้าและความจำเป็นที่ต้องมีสมณะเช่นโมเสส อาโรนและซามูเอล เพื่อสอนธรรมบัญญัติและวอนขอแทนประชาชน เป็นไปได้ว่า ผู้ประพันธ์ได้รับแรงบันดาลใจจากพิธีกรรมในพระวิหารเช่นเดียวกับที่ประกาศกอิสยาห์ได้รับนิมิต (อสย 6) แต่บรรยากาศของ สดด บทนี้ดูเหมือนจะเป็นพิธีรื้อฟื้นพันธสัญญาในเทศกาลอยู่เพิง ความศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้าเป็นคำสอนพื้นฐานข้อหนึ่งของพันธสัญญาใหม่ ดังที่ปรากฏในคำขอข้อแรกของบทข้าแต่พระบิดา "พระนามพระองค์จงเป็นที่ สักการะ" (มธ 6:9) เพื่อเราอธิษฐานภาวนาต่อพระบิดา เราต้องยอมรับก่อนอื่นใดหมดว่าพระองค์ทรงความศักดิ์สิทธิ์ พระเยซูเจ้าผู้ทรงเป็น "ผู้ศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้า" (ยน 6:69) ยังทรงเรียกพระเจ้าว่า "พระบิดาผู้ศักดิ์สิทธิ์" (ยน 17:11) เราคริสตชนยังได้รับเรียกมาให้เป็น "ผู้ศักดิ์สิทธิ์" ด้วยเช่นกัน (1 ปต 1:15-16)

เพลงสดุดีที่ 100 คำเชิญชวนให้สรรเสริญพระเจ้า
   เพลงสดุดีบทนี้แม้จะสั้น แต่แสดงแก่นของความเชื่อที่อิสราเอลมีเกี่ยวกับพระเจ้า คือ พระเจ้าทรงสร้างชาวอิสราเอลและทรงกระทำพันธสัญญากับเขา ทรงเลือกสรรเขาจากนานาชาติมาเป็นของพระองค์ ให้มีความสัมพันธ์กับพระองค์เป็นพิเศษ เพราะเหตุนี้พระเจ้าจึงทรงหวังจะได้รับการนมัสการสรรเสริญ และขอบพระคุณจากเขา เราคริสตชนอาจขับร้อง สดด บทนี้ด้วยความยินดีมากกว่าชาวอิสราเอล เพราะเรามีความสัมพันธ์กับพระเจ้าแน่นแฟ้นกว่าชาวอิสราเอลมาก ศีลล้างบาปทำใ ห้เราเข้ามาร่วมอยู่ในครอบครัวของพระตรีเอกภาพและเป็น "ชาติที่ทรงเลือกสรรไว้ เป็นชนชาติศักดิ์สิทธิ์ เป็นประชากรที่เป็นกรรมสิทธิ์พิเศษของพระองค์" (1 ปต 2:9)