Home

       รวมบทความทั่วไป
                   -
บทความเรื่องจงให้อภัย จงอย่าลืม
                   -
ระลึกถึงนักบุญหลุยส์ กษัตริย์แห่งฝรั่งเศส
                   -
ระลึกถึงนักบุญยอห์นบัปติสถูกตัดศีรษะ
                   -
พระวาจาหนุนใจในเหตุการณ์ต่างๆของชีวิต ตอนที่ 1

                   - พระวาจาหนุนใจในเหตุการณ์ต่างๆของชีวิต ตอนที่ 2

                   - ฉลองแม่พระบังเกิด

 

     - สมณกฤษฎีกาว่าด้วยงานแพร่ธรรม

     - ประกาศพระวรสารในโลกปัจจุบัน

     - พระสมณลิขิตเตือน
       “พระวาจาขององค์พระผู้เป็นเจ้า”

  

 

 

     - คณะพลมารีย์

     - คณะวินเซน เดอ ปอล

     - คณะคูร์ซิลโล แห่งพระคริสตศาสนา

     - คณะเซอร่า

   - คณะแพร่ธรรมแห่งแม่พระฟาติมา

   - คณะอัศวินแห่งศีลมหาสนิท

   - คณะพระเมตตา

  

 

 

     - ข่าวคณะพลมารีย์

     - ข่าวคณะวินเซน เดอ ปอล

     - ข่าวคณะคูร์ซิลโล แห่งพระคริสตศาสนา

     - ข่าวคณะเซอร่า

     - ข่าวคณะแพร่ธรรมแห่งแม่พระฟาติมา

     - ข่าวคณะอัศวินแห่งศีลมหาสนิท

     - ข่าวคณะพระเมตตา

  

 

     - อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ

     - วัดแม่พระฟาติมา

     - วัดนักบุญเทเรซา หนองจอก

    

 

    

      

    

 

    

 

    

 

    

 

    

 

    
 

    


   การรับศีลมหาสนิทและการแก้บาปเป็นของคู่กัน
  
โดย Cindy Wooden จากหนังสือพิมพ์ "One Voice"
   ฉบับวันที่ 30 มิถุนายน 2000 แปลและเรียบเรียงโดย สิริโรจนา

     กรุงโรม (CNS) -- พระคาร์ดินัลคริสโตฟ ชอนโบนแห่งกรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย ผู้ซึ่งเป็นหัวหน้าบรรณาธิการ "หนังสือคำสอนของพระศาสนจักร" ได้ปราศรัยที่ชุมนุมสภาศีลมหาสนิทนานาชาติเมื่อวันที่ 23 มิถุนายนว่า "ความเชื่อในศีลมหาส นิทควรนำคริสตชนไปแก้บาปบ่อยๆ ถึงแม้ไม่มีการบังคับก็ตาม บางทีเราได้ลืมความจริงที่ว่า การรับศีลมหาสนิทต้องมีการเตรียมตัว ตามคำสั่งสอนของพระศาสนจักร เราจำเป็นต้องไปแก้บาปเมื่อเราได้ทำบาปหนัก ซึ่งแยกเราออกจากพระเป็นเจ้าและพระศาสนจักร แต่ประสบการณ์สอนว่า ถ้าเราละเลยการแก้บาปจนเป็นนิสัย เราก็เสี่ยงต่อการคุ้นเคยกับการทำบาปเล็กๆน้อยๆ และจะไม่รู้สึกอีกต่อไปว่า เราได้ทำบาปเหล่านั้น"

     พระคาร์ดินัลได้บอกว่า ในสมัยที่ท่านยังเป็นเด็ก คนไม่ค่อยไปรับศีลมหาสนิทเหมือนอย่างในสมัยนี้ หลายคนไปรับศีลหลังจากเขาทั้งหลาย ได้รับศีลอภัยบาปแล้ว ทุกวันนี้คนไปรับศีลกันบ่อยๆ จนการแก้บาปเกือบจะสูญหายไปในที่หลายแห่ง แต่การแก้บาปและการรับศีลมหาสนิทต้องไปด้วยกัน ในศีลศักดิ์สิทธิ์สองอันนี้ เราพบความรักของพระเป็นเจ้า พระองค์ปรารถนาประทานพระองค์เองแก่เรา เพื่อช่วยเหลือเราและรักษาโรคในวิญญาณของเรา ในพระคัมภีร์ บุคคลสำคัญ ยิ่งอยู่ใกล้พระเป็นเจ้า เขาทั้งหลายยิ่งรู้สึกตัวว่า เขาทั้งหลายไม่สมควรอยู่ต่อหน้าพระพักตร์ของพระองค์ เรายิ่งรู้จักผู้ที่จะมาพบเราในศีลมหาสนิท เรายิ่งรู้อย่างแจ่มแจ้งว่าเราไม่เหมาะสมสำหรับผู้นั้น ในความเชื่อเรายิ่งเข้าใจถึงความเมตตากรุณาอันไม่มีขอบเขต และความรักเหลือล้นของพระเป็นเจ้า ผู้ซึ่งต้องการประทานพระองค์เองแก่เราในศีลมหาสนิท เราก็ยิ่งมีความวางใจในพระองค์ "เรายิ่งรู้จักความรักของพระ คริสตเจ้า ซึ่งอยู่เหนือสิ่งอื่นใด เรายิ่งยอมรับว่า เราเป็นคนบาปและเป็นทุกข์เสียใจที่ได้ทำบาป"

     พระคาร์ดินัลชอนโบนได้กล่าวว่า ในหลายประเทศรายการโทรทัศน์แสดงให้เราเห็นว่า มนุษย์มีความต้องการอย่างลึกซึ้งที่จะสารภาพความผิดของตน และเปิดเผยมุมมืดในชีวิตของตน โทรทัศน์ส่งเสริม การเปิดเผยตัวเองและ บางครั้ง การประจานตัวเอง ส่วนศีลอภัยบาปส่งเสริม การรักษาและการฟื้นฟูชีวิตฝ่ายวิญญาณ ถ้าบาปทำเคืองพระทัยพระเป็นเจ้าและแยกเราจากพระองค์และผู้อื่น เราควรคืนดีกับพระเป็นเจ้าและผู้อื่น ก่อนที่เราจะไปนั่งโต๊ะรับประทานอาหารของพระเป็นเจ้า ตั้งแต่สมัยแร กเริ่ม ศีลมหาสนิทและศีลอภัยบาปผูกพันกับงานสงฆภิบาลและพระศาสนจักร การประทับอยู่ของพระเยซูเจ้าประทานชีวิตและการรักษาโรควิญญาณ

     หลายคนถูกล่อลวงให้เชื่อว่า สิ่งที่พระองค์ได้ตรัสเป็นแค่สัญลักษณ์เท่านั้น เมื่อพระองค์บอกว่า นี่คือพระกายและพระโลหิตของพระองค์ ตลอดประวัติศาสตร์พระศาสนจักร พระองค์ได้ยืนยันพระวาจาทุกคำของพระองค์ หลักฐานข้อพิสูจน์ คือ ชายและหญิงบางคนได้รับพระหรรษทาน กินศีลมหาสนิทเป็นอาหารบำรุงร่างกาย ยกตัวอย่าง นักบุญแคธเธอรีนแห่งไซเอนน่าและนักบุ ญนิโคลัส วอน ฟลูรับพระกายพระคริสตเจ้าอย่างเดียว เป็นอาหารหล่อเลี้ยงร่างกายของเขาทั้งหลายเป็นปีๆ ในสมัยของเรา ตัวอย่างที่น่าประทับใจ คือ ชาวนาฝรั่งเศส ชื่อ มาร์ธ โรบิน อายุ 50 ปี รับศีลมหาสนิทแต่เพียงอย่างเดียวเป็นอาหารประจำวัน ในศีลมหาสนิท "พระเป็นเจ้าประทานชีวิตแห่งพระเทวภาพแก่เราอย่างบริบูรณ์" ศีลอภัยบาปทำลายกำแพงบาปที่ขวางกั้นมนุษย์จากการรับพระพรของพระเป็นเจ้า การเจริญชีวิตในความสุข และการอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างมีสันติสุข