Home

       รวมบทความทั่วไป
                   -
บทความเรื่องจงให้อภัย จงอย่าลืม
                   -
ระลึกถึงนักบุญหลุยส์ กษัตริย์แห่งฝรั่งเศส
                   -
ระลึกถึงนักบุญยอห์นบัปติสถูกตัดศีรษะ
                   -
พระวาจาหนุนใจในเหตุการณ์ต่างๆของชีวิต ตอนที่ 1

                   - พระวาจาหนุนใจในเหตุการณ์ต่างๆของชีวิต ตอนที่ 2

                   - ฉลองแม่พระบังเกิด

                   - การรับศีลและการแก้บาปเป็นของคู่กัน

 

     - สมณกฤษฎีกาว่าด้วยงานแพร่ธรรม

     - ประกาศพระวรสารในโลกปัจจุบัน

     - พระสมณลิขิตเตือน
       พระวาจาขององค์พระผู้เป็นเจ้า

  

 

 

     - คณะพลมารีย์

     - คณะวินเซน เดอ ปอล

     - คณะคูร์ซิลโล แห่งพระคริสตศาสนา

     - คณะเซอร่า

   - คณะแพร่ธรรมแห่งแม่พระฟาติมา

   - คณะอัศวินแห่งศีลมหาสนิท

   - คณะพระเมตตา

  

 

 

     - ข่าวคณะพลมารีย์

     - ข่าวคณะวินเซน เดอ ปอล

     - ข่าวคณะคูร์ซิลโล แห่งพระคริสตศาสนา

     - ข่าวคณะเซอร่า

     - ข่าวคณะแพร่ธรรมแห่งแม่พระฟาติมา

     - ข่าวคณะอัศวินแห่งศีลมหาสนิท

     - ข่าวคณะพระเมตตา

  

 

     - คณะพลมารีย์ ฉลอง 95 ปี และแสวงบุญประตูศักดิ์สิทธิ์

     - กิจกรรมสัญจรนำพระวาจาสู่ปวงชน

     - งานส่งเสริมเอกภาพองค์กรเพื่อสร้างผู้นำ

    

 

    

      

    

 

    

 

    

 

    

 

    

 

    
 

    

 

   โดย.....คุณพ่อวีรศักดิ์ วนาโรจน์สุวิช

     พระพันธกิจของพระคริสต์   พระผู้ไถ่ ซึ่งได้หมอบหมายให้แก่พระศาสนจักร  ยังห่างไกลนักจากการบรรลุความสำเร็จ... อันบ่งบอกถึงค วามจำเป็นรีบด่วนที่จะต้องเร่งทำงานแพร่ธรรม... ความกระตือรือร้นในการแพร่ธรรม จึงเป็นสิ่งที่มีอยู่โดยธรรมชาติอย่างชิดสนิทในชีวิตของค ริสตชน ...ฆราวาสได้ผูกพันตนเข้ามาช่วยในงานแพร่พระวรสาร ... ทำให้เกิดสำนึกใหม่อันมั่นคงว่างานแพร่ธรรมนั้นเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับคริส ตชนทุกคน ทุกสังฆมณฑล ทุกวัด ทุกสถาบัน และทุกหน่วยงานของพระศาสนจักร (RM 1)

         ดูเหมือนพันธกิจอันเฉพาะเจาะจงและ มุ่งสู่นานาชาติ (ad gentes) อันหมายถึงงานธรรมทูตของพระศาสนจักรนั้น จะมีความขยันขัน น้อยลง.. อ่อนเปลี้ยลง...นี่เป็นเหตุการณ์ซึ่งควรจะต้องก่อความกระวนกระวายใจให้เกิดแก่ทุกผู้ทุกคนที่เชื่อในพระคริสต์...พลังรุดหน้าใน กา รแพร่ธรรมได้เป็นเครื่องหมายแห่งความมีชีวิตชีวาของพระศาสนจักรเสมอมา ทำนองเดียวกับที่ความอ่อนเปลี้ยก็คือเครื่องหมายแห่งวิกฤติกา รณ์ทางความเชื่อ  (RM 1)

         ความเชื่อย่อมมั่นคงขึ้น เมื่อเราให้ความเชื่อออกไป...งานธรรมทูตนั้นมีจุดมุ่งหม ายแต่เพียงอย่างเดียว คือรับใช้เพื่อนมนุษย์ เพราะเป็ นการนำพระเยซูคริสต์ไปให้กับเพื่อนพี่น้อง พระองค์จะบันดาลให้พวกเขาได้รู้จักตนเองอย่างเต็มที่ ได้รู้จักศักดิ์ศรีของตน และรู้ความหมาย ของการดำรงชีวิตในโลก

         พระเป็นเจ้าทรงเปิดขอบฟ้ามนุษยชาติให้พระศาสนจักรได้เห็น ในลักษณะพร้อม กว่าเดิมที่จะรับการหว่านเมล็ดพันธุ์แห่งพระวรสาร ข้าพเจ้าประมาณว่าถึงเวลาแล้วที่จะรวมพลังทั้งหมดของพระศาสนจักรในการแพร่พระวรสารครั้งใหม่นี้และในการปฏิบัติพัน ธกิจการแพร่ธรรม สู่นานาชาติ (ad gentes) ไม่มีใครสักคนเดียวที่เชื่อในพระคริสต์ หรือสถาบันใดของพระศาสนจักรที่จะสามารถถอนตัวออกไปได้จากหน้าที่อั นสูงส่งนี้ คือ การประกาศพระคริสต์แก่ประชากรทั้งมวล

         คริสตชนทุกคน ในฐานะสมาชิกของพระศาสนจักร  โดยอาศัยศีลล้างบาป จะต้องร่วมรับผิดชอบในงานแพร่ธรรม...ความร่วมมือในง า นแพร่ธรรมนี้ ก่อนอื่นหมดจะต้องอยู่ที่การมีชีวิตที่ชิดสนิทเป็นหนึ่งเดียวกับพระคริสต์เป็นการส่วนตัว เช่นเดียวกับที่กิ่งองุ่นติดอยู่กับลำต้ นองุ่ น (เทียบ ยน 15: 5) เพราะจะเป็นการเพิ่มความศักดิ์สิทธิ์ให้กับตัวเอง อันจะช่วยให้งานแพร่ธรรมของพระศาสนจักรบังเกิดผลอันอุดม

         การมีส่วนร่วมในงานแพร่ธรรม จะต้องเป็นเครื่องหมายแห่งวุฒิภาวะในความเชื่อและในชีวิตคริสตชน โดยขยายมิติแห่งเมตตาธรรมข องตนออกไปอย่างกว้างขวาง  แสดงความกังวลห่วงใยต่อผู้ที่อยู่ไกลจะภาวนาเพื่อมิสซังต่างๆและเพื่อกระแสเรียกของธรรมทูต จะติดตามกิจ กรรมของธรรมทูตด้วยความสนใจ

         ในบรรดารูปแบบต่างๆของความร่วมมือในงานแพร่ธรรม  คือความร่วมมือฝ่ายจิต อันได้แก่การภาวนา การทำพลีกรรม การเป็นประ จักษ์พยานของชีวิตคริสตชน... นักบุญเปาโลเองมักจะขอให้สัตบุรุษของท่านภาวนาเพื่อท่านเสมอ เพื่อว่าท่านจะได้ประกาศพระวรสารด้วยคว ามอาจหาญและมั่นอกมั่นใจ

         นอกจากการภาวนาแล้วยังจะต้องผนวกเอาการพลีกรรมเข้ามาไว้ด้วย  เพราะคุณค่าในการช่วยให้รอดของการทนทุกข์ทรมานทุกชนิด ที่ยอมรับและถวายแด่พระเจ้าด้วยความรักนั้น  หลั่งไหลมาจากพลีกรรมของพระคริสต์  ผู้ทรงเรียกร้องสมาชิกทุกคนแห่งพระรหัสกายของพร ะองค์  ให้เข้ามาร่วมในมหาทรมานของพระองค์ และรับทนจนสำเร็จในร่างกายของพวกเขา (เทียบ คส 1: 24) การเสียสละของบรรดาธรร ม ทูตจักต้องได้รับการแบ่งปันและค้ำจุนโดยการเสียสละและการพลีกรรมของสัตบุรุษ...ผู้ป่วยเองสามารถเป็นธรรมทูตได้โดยถวายความทุกข์ ทรมานนั้นแด่พระเป็นเจ้าเพื่อธรรมทูตทั้งหลาย

         ความร่วมมือในงานแพร่ธรรมยังแสดงออกได้  ในการส่งเสริมกระแสเรียกให้เข้ามาเป็นธรรมทูต เพราะการประกาศพระวรสารต้องกา รผู้ประกาศ   การเก็บเกี่ยวต้องการคนงาน งานแพร่พระวรสารนั้น ส่วนใหญ่กระทำโดยชายและหญิงที่อุทิศตนตลอดชีพให้แก่กิจการของพร ะวรสาร ด้วยความพร้อมที่จะเดินทางไปทั่วโลก เพื่อนำความรอดไปเผยแพร่... การมีธรรมทูต พระสงฆ์  นักบวชชายหญิง ครูคำสอนเพิ่ มย่อ มเป็นเครื่องหมายที่แน่นอนแห่งพลังวังชาของพระศาสนจักร... การปลูกฝังกระแสเรียกให้เข้ามาเป็นธรรมทูต ควรจะต้องเริ่มตั้งแต่ในค รอบค รัวกับบรรดาลูกๆของตน ด้วยการมีชีวิตภาวนาที่เข้มข้น การรับใช้เพื่อนมนุษย์ และการมีส่วนร่วมด้วยใจกว้างในกิจกรรมของพระศา สนจักร ซึ่งจะช่วยสร้างภาวะอันเอื้ออำนวยให้เกิดกระแสเรียกขึ้นในใจของเด็กและเยาวชนภายในครอบครัว   พ่อแม่จะมีความชื่นชมยินดี ในวันที่บุตร ชายหรือบุตรสาวของเขาได้ยินเสียงเรียกของพระเจ้า

       การให้ทำให้เกิดสุขมากกว่าการรับ (กจ 20: 35) ความต้องการด้านวัตถุและเศรษฐกิจของมิสซังต่างๆนั้นมีมากมาย มิเพียงเพื่อ ก่อตั้งรากฐานของพระศาสนจักร  เช่น วัด โรงเรียน   การฝึกอบรมครูคำสอนและสามเณรเท่านั้น แต่ยังเพื่อค้ำจุนกิจการเมตตาธรรม  การศึก ษาและการส่งเสริมมนุษยธรรมอีกด้วย... การเสียสละและการมีส่วนร่วมของบรรดาฆราวาสเป็นสิ่งที่ขา ดเสียมิได้เพื่อเสริมสร้างพระศาสนจัก ร และแสดงให้เห็นประจักษ์ถึงความรักเมตตาธรรมของพวกเขาที่มีต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน

         รูปแบบใหม่ของความร่วมมือกันในงานแพร่ธรรม ... ในศตวรรษแรกๆ คริสตศาสนาแผ่กระจายออกไป  ส่วนใหญ่ก็เพราะคริส ตชนซึ่งเดินทางหรือไปตั้งหลักฐานอยู่ในดินแดนซึ่งพระ คริสต์ยังไม่ได้รับการประกาศ ได้สำแดงความเชื่อของตนให้เป็นที่ประจักษ์ ด้วยควา มกล้าหาญ และได้ก่อตั้งชุมชนชาวคริสต์ในยุคแรกๆขึ้นมา... จึงเป็นสิ่งที่ควรส่งเสริม เมื่อคริสตชนฆราวา สจะไปทำงานหรือตั้งหลักฐานในที่ ที่คริสตศาสนายังไม่เป็นที่รู้จักเพราะจะเป็นโอกาสให้พวกเขาเหล่านั้นได้ใช้ชีวิตอยู่ในความเชื่อ และเป็นประจักษ์พยานถึงความเชื่อนั้นอันจะเ ป็นเมล็ดพันธ์ในการก่อตั้งชุมชนชาวคริสต์ขึ้น เช่นเดียวกั บยุคแรกๆของคริสตศาสนา

         การสร้างชีวิตชีวาและการฝึกอบรมธรรมทูตในหมู่ประชากรของพระเจ้า ...พระศาสนจักรท้องถิ่นจะต้องปลุกเร้าเรื่องความร่ว มมือกันใ นงานแพร่ธรรมในหมู่สัตบุรุษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบรรดาเยาวชน โดยอาศัยสิ่งพิมพ์ อุปกรณ์โสตทัศนะต่างๆ ฯลฯ  พระศาสนจั กรท้อง ถิ่นต้องใส่ใจในการฝึกอบรมธรรมทูต  อบรมเรื่องกิจการแพร่ธรรมทั่วสากลโลกของพระศาสนจักร เรื่องศาสนสัมพันธ์   เรื่องของศา สนาที่สำคัญๆ   และธรรมทูตวิทยา (missiology)

         เราจะมีดวงจิตสงบนิ่งไปไม่ได้ เมื่อนึกถึงพี่น้องชายหญิงของเราอีกเป็นล้านๆคน   ซึ่งได้รับการไถ่โทษแล้วเช่นกัน ด้วยพระโลหิตขอ งพระคริสต์แต่ยังมีชีวิตอยู่ในความไม่รู้ถึงความรักของพระเจ้า  สำหรับคริสตชนแต่ละคน  เช่นเดียวกับสำหรับพระศาสนจักรทั้งมวลภาระหน้ า ที่ในการแพร่ธรรมจักต้องมีความสำคัญเป็นอันดับหนึ่ง เพราะเกี่ยวกับชะตานิรันดรของมนุษย์ และเป็นการสนอบตอบอย่างสอดคล้องกับแผ นการอันลึกล้ำ  และเปี่ยมด้วยเมตตาของพระเป็นเจ้า

         งานแพร่ธรรมเรียกร้องให้ธรรมทูตให้มีชีวิตภายในในแบบเฉพาะเจาะจง คือ
                 1.ยอมตนให้พระจิตทรงนำไป
                 2.ดำเนินชีวิตตามธรรมล้ำลึกแห่งพระคริสต์ ผู้ถูกส่งมา
                 3.รักพระศาสนจักรและเพื่อนมนุษย์เช่นเดียวกับที่พระเยซูเจ้าทรงรักพวกเขา
                 4.ธรรมทูตที่แท้จริงคือ นักบุญผู้ศักดิ์สิทธิ์

         การแพร่ธรรมของคริสตชนเป็นสิ่งที่อยู่ในแผนการของพระเป็นเจ้าผู้ทรงเป็น แหล่งกำเนิดของความรัก ที่มีจุดประสงค์เพื่อช่วยมนุ ษ ย์ที่ตกในบาป ในบริบทของแผนการนี้ พระเป็นเจ้าทรงค่อยๆ เผยแสดงพระองค์   ที่มีความหมายสูงสูด   และเป็นเป้าหมายของชีวิตมนุษย์ ความปรารถนาในพระเป็นเจ้า จารึกอยู่ในหัวใจของมนุษย์ เพราะมนุษย์ได้รับการสร้างขึ้นมาโดยพระเป็นเจ้าและเพื่อพระเป็นเจ้า พร ะองค์ไม่ ทรงหยุดยั้งที่จะดึงดูดมนุษย์เข้ามาหาพระองค์  และในพระเป็นเจ้าเท่านั้นที่มนุษย์จะได้พบความจริง  และความสุข ซึ่งมนุษย์แสวง หาอยู่ไม่ หยุดหย่อน (CCC 27)  การเลือกของอับราฮัมเหมาะสำหรับรวบรวมมนุษย์ที่กระจัดกระจายไป   และทำให้พวกเขาเป็น บิดาแห่งมนุษยชาต ิ   โดยทางท่านบรรดาประชาชาติในแผ่ นดินนี้จะได้รับพระพร ซึ่งเป็นขั้นตอนอันแน่วแน่ของแผนการช่วยโลกให้รอดพ้นของพระเป็นเจ้า แ ต่เมื่อถึงเวลาที่กำหนดไว้  พระเป็นเจ้าทรงส่งพระบุตรของพระองค์ให้มาบังเกิดจากหญิงผู้ หนึ่ง...เพื่อทรงไถ่... (กท 4: 4-5)  พระเป็นเจ้าทร งกระทำให้พระสัญญาที่พระองค์ทรงกระท ำกับอับราฮัมและลูกหลานของท่านสมบูรณ์โดยการส่งพระเยซูคริสตเจ้าลงมา ดังนั้น ในใจกลางข องงานแพร่ธรรมเราจะพบแก่นแท้ในบุคลิกลักษณะในพระบุคคลของพระเยซูเจ้าชาวนาซาเ ร็ธ  พระบุตรแต่องค์เดียวของพระบิดา ผู้ทรงรับท รมานและสิ้นพระชนม์เพื่อเรา   พระองค์ผู้ทรงกลับคือพระชนมชีพและสถิตกับเราตลอดไป ประวัติศาสตร์นี้เป็นตัวกำหนดงานแพร่ธรรมของ ค ริสตชน เพราะพระบุคคลที่สองในพระตรีเอกภาพพระวจนาถของพระบิดา  ทรงรับธรรมชาติ มนุษย์และเสด็จมาประทับอยู่ในหมู่เรา...ทรงเปี่ ยมด้วยพระหรรษทานและความจริง(ยน1:14) ทรงถูกส่งมาเพราะ พระเป็นเจ้าทรงรักโลกอย่างมาก (ยน 3:16) พระเยซูคริสตเจ้า แสงสว่ างส่องโลก (ยน 8:12,ลก 2:32) ทรงเป็นผู้ก่อตั้งงานแพร่ธรรมของคริสตชน การเป็นประจักษ์พยานของพระเยซูคริสตเจ้า และการปร ะกาศ พระองค์เป็นพระผู้กู้แต่พระองค์เดียวและเป็นสากล เป็นรูปแบบต่างๆของเนื้อหางานแพร่ธรรมของคริสตชน จุดมุ่งหมายของการประก าศจะต้ องเป็นพระคริสตเจ้าเสมอไป ผู้ทรงกระทำให้เราเป็นอิสระจากความชั่ว บาป และความตายได้อย่างสมบูรณ์ถาวร  และโดยทางพร ะองค์พระเ ป็นเจ้าเองได้ทรงสื่อสารกับเรา นี่คือข่าวดีที่มนุษย์ทุกคนในโลกมีสิทธิที่จะได้รับฟังและได้รู้ ในพระสมณสาร หลังการประชุมสมัชชา  พระศ าสนจักรในเอเชีย สมเด็จพระสันตะปาปายอห์นปอลที่ 2 ได้แสดงพระเยซูคริสตเจ้าแก่ประชาชนชาวเอเชียว่าเป็นบุคคลผู้ซึ่ง เสด็จมาเพื่อใ ห้ทุกคนมีชีวิต และมีชีวิตอย่างสมบูรณ์ (ยน 10:10) พระผู้ไถ่กู้โลกทรงบังเกิดในเอเชีย  การประกาศพระองค์ในเอเชีย จึง ต้องถือว่าเป็นพร ะพรแก่ชาวเอเชีย  เพื่อจะกระทำให้การเผยแสดงของพระเป็นเจ้าในองค์พระเยซูคริสตเจ้าสมบูรณ์  ไม่ใช่การคัดค้านความ ปรารถนาลึกๆที่อ ยู่ในมนุษย์ แต่การเผยแสดงนี้ ทำให้พอใจเกินความคาดหมายของหัวใจมนุษย์ที่หิวและกระหายพระเป็นเจ้า ด้วยเหตุนี้ทุ กๆ เหตุผลของการป ระกาศพระเยซูคริสตเจ้าต้องไม่ใช่การบังคับ แต่เป็นข้อเสนอให้สำหรับชาวเอเชีย เพราะสิ่งนี้จะเกิดผลได้ถ้าได้รับการยอมรับอย่างอิสระและโ อบรับไว้ด้วยความรักเท่านั้น

         การประกาศพระวรสารจึงต้องมีการไตร่ตรองอย่างจริงจัง  ให้เข้าใจอย่างดีถึงธรรมชาติของต้นกำเนิดและจุดหมายปลายทาง  คือประ กาศชีวิตของเยซูคริสตเจ้า   ดังที่ได้กล่าวไปแล้ว  การถ่ายทอดสารแห่งพระวรสาร/การประกาศข่าวดี เป็นหน้าที่ของพระศาสนจักร ซึ่งเป็ น หน้าที่ของทุกสังฆมณฑลและของทุกคนที่รับศีลล้างบาป หน้าที่นี้จะดำเนินไปได้ด้วยดีจะต้องมีการอภิบาลผู้แพร่ธรรม มีลมหายใจที่มีชี วิต เพื่อทำให้งานแพร่ธรรมเป็นความจริงที่สมบูรณ์ตามคำสอนและคำสั่งของพระเยซูคริสตเจ้า ลมหายใจที่เป็นจิตวิญญาณของงานแพร่ธรรมคือ ชีวิตฝ่ายจิตของผู้แพร่ธรรม

           ชีวิตฝ่ายจิตของผู้แพร่ธรรมประการแรกคือ : การกลับใจและความสุภาพถ่อมตน  เป็นรูปแบบของความมั่นใจทั้งฝ่ายกายและฝ่ายจิต  เป็นความก้าวหน้าของการออกจากตนเองเพื่อเข้าสู่หนทางที่วกวน และอุปสรรคมากมายได้มากยิ่งขึ้น ในแบบอย่างของพระเยซูช่างไม้ผู้เป็น พระบุตรของพระเป็นเจ้า ในพระสมณสาร พระพันธกิจขององค์พระผู้ไถ่ ได้กล่าวถึงชีวิตฝ่ายจิตของผู้แพร่ธรรมที่เรียกร้องให้ผู้แพร่ธรร มได้ ตระหนักถึงการเป็นผู้แพร่ธรรมที่แสดงออกถึงคุณลักษณะของชีวิตที่มีความครบครัน   และความน่าเชื่อถือ (เทียบ RM 11,49,90)  จึง อาจก ล่าวได้ว่าพระสมณสารฉบับนี้ทั้งฉบับได้เรียกร้องให้ผู้แพร่ธรรมมีชีวิตฝ่ายจิตที่เข้มข้น เพราะมีผลต่อความเป็นไปได้และความน่าเชื่อ ถือของง านแพร่ธรรม งานการแพร่ธรรมเป็นปัญหาเรื่องความเชื่อ งานแพร่ธรรมเป็นการแสดงออกถึงความเชื่อของเราในความรักต่อพระคริสตเจ้า ด้ว ยความสุภาพถ่อมตน พันธกิจการแพร่ธรรมเป็นปัญหาเรื่องความเชื่อ เป็นมาตรการวัดความเชื่อของเราในพระเยซูคริสตเจ้าและในความรักที่ พระองค์ทรงมีต่อเราอย่างแน่นอน (RM11)

         ในพระสมณกฤษฎีกา  Ad Gentes ได้กล่าวถึงชีวิตฝ่ายจิตของผู้แพร่ธรรมไว้ว่า  ผู้แพร่ธรรมจะเข้าไปในชีวิตและภารกิจของพระผู้ ที่ทรงสละพระองค์จนหมดสิ้น  ทรงรับสภาพดุจทาส เพราะฉะนั้น เขาต้องพร้อมที่จะยึดมั่นในกระแสเรียกของเขาตลอดชีวิต ต้องพร้อม ที่จ ะสละทิ้งตนเองและทุกสิ่งที่เขามีจนถึงเวลานั้น   ข้าพเจ้าเป็นทุกอย่างสำหรับทุกคน ...เจริญชีวิตตามพระวรสารอย่างแท้จริง มีความเ พียรอ ดทน ความหนักแน่นมั่นคง ความอ่อนโยนและความรักที่จริงใจ  เขาก็เป็นประจักษ์พยานประกาศพระคริสตเจ้า และถ้าจำเป็นก็ประ กาศจนถึ งกับยอมหลั่งโลหิต  เขาจะได้รับความกล้าหาญและกำลังจากพระเป็นเจ้าเพื่อรู้ว่า  ในการสู้ทนความทุกข์ยากลำบากมากมาย  และความยา กจนอย่างแสนสาหัสนั้น   มีความชื่นชมอยู่อย่างล้นเหลือ(AG 24)  ถือความซื่อสัตย์ต่อพระองค์  ถือความยากจนและความไม่ม ีใจผูกพันกั บโลก ไม่แสดงความสะทกสะท้านต่ออำนาจของโลกนี้ พูดสั้นๆ แต่คำเดียวคือ ถือความศักดิ์สิทธิ์

           ผู้แพร่ธรรมต้องเน้นย้ำทุกวิธีปฏิบัติของชีวิตฝ่ายจิตคริสตชน เพราะเขาทำหน้าที่เป็นทูตของพระองค์ (AG 24) จิตตารมณ์การเป็น ผ ู้แพร่ธรรมจึงต้องอยู่ในทุกๆกระแสเรียกของคริสตชน ไม่ว่าจะเป็นพระสงฆ์ นักบวช นักพรต หรือฆราวาส พระสงฆ์ทุกองค์จะต้องมีจิตใ จแล ะความรู้สึกนึกคิดเป็นผู้แพร่ธรรม เปิดใจออก พร้อมที่จะสนองความต้องการของพระศาสนจักร และของโลก (RM 67) พระศาสนจัก รจะต้อ งให้คนได้รู้ถึงคุณค่าอันใหญ่หลวงของพระวรสาร  ซึ่งพระศาสนจักรเป็นผู้เชิดชูอยู่ และไม่มีบุคคลใดจะสามารถเป็นประจักษ์พยานอย่างน่าเชื่ อถือถึงคุณค่าเหล่านี้ได้ นอกจากผู้ที่ปฏิญาณตนจะดำเนินชีวิตตามคำปฏิญาณในการถือความบริสุทธิ์ ความยากจนและความนอบน้อมเชื่อฟัง  โดยการถวายตนอย่างสิ้นเชิงแด่พระเป็นเจ้า พร้อมที่จะรับใช้มนุษย์และสังคมตามแบบฉบับของพระคริสตเจ้า (RM 69) การมีส่วนร่วมขอ งฆราวาส ที่ได้รับเรียกให้มาร่วมในกิจกรรมแพร่ธรรม ความจำเป็นที่สัตบุรุษทุกคนจะต้องเข้ามาแบ่งปันความรับผิดชอบ...เป็นสิ ทธิ์ และหน้าที่ซึ่งมีพื้นฐานอยู่บนศักดิ์ศรีซึ่งได้รับจากศีลล้างบาป  ด้วยเหตุนี้ สัตบุรุษ ฆราวาสย่อมมีส่วนร่วมในการปฏิบัติหน้า ที่ของพระเยซูคริสตเจ้า... มีพันธะโดยทั่วไป และมีสิทธิทั้งในฐานะปัจเจกบุคคล และในฐานะกลุ่มที่รวมกันเข้าเป็นสมาคม   ที่จะ ปฏิบัติงานให้สารของพระเป็นเจ้าเ รื่องความรอดพ้น  ได้เป็นที่รู้จักและยอมรับของมนุษย์ทั้งปวงทั่วไปทั้งแผ่นดิน (RM 71) กระแ สเรียก สู่ความศักดิ์สิทธิ์ทั่วโลก มีความเกี่ยวพันอย่างใกล้ชิดกับกระแสเรียกสู่การแพร่ธรรมทั่วโลก  สัตบุรุษทุกคนได้รับเรียกให้เข้าสู่ความศั กดิ์สิทธิ์และการแพร่ธรรม ...ชีวิตภายในของธรรมทูตในพระศาสนจักรคือหนทางไปสู่ความศักดิ์สิทธิ์ (RM 90) ในพระสมณสารพระพันธกิจ พระผู้ไถ่นี้ยังได้กล่าวไว้อีกว่า ธรรมทูต หากว่าเขาไม่ใช่ผู้พิศเพ่งภาวนาย่อมไม่สามารถประกาศพระคริสตเจ้าได้อย่างน่าเชื่อถือ  ธรรมทูต คือประจักษ์พยานถึงประสบการณ์เกี่ยวกับพระเป็นเจ้า และจะต้องสามารถพูดเช่นเดียวกับบรรดาอัครสาวกได้ว่า เราประกาศเรื่องราวเกี่ยวกับ พระวจนาถแห่งชีวิต... เราประกาศให้ท่านทั้งหลายรู้ด้วย (RM 90)

         คริสตชนทั้งหลายในฐานะสมาชิกของพระศาสนจักรโดยอาศัยศีลล้างบาป   จะต้องรับผิดชอบร่วมกันในกิจกรรมแพร่ธรรม   การมีส่ว นร่วมของชุมชน และสัตบุรุษในสิทธิและหน้าที่ดังกล่าว ซึ่งเรียกว่า  ความร่วมมือในการแพร่ธรรม  (AG 77)
             + ความร่วมมือกันระหว่างพระสังฆราช พระสงฆ์ นักบวช นักพรต ฆราวาส
             + ด้วยการดำรงชีวิตชิดสนิทเป็นหนึ่งเดียวกับพระคริสตเจ้าเป็นส่วนตัว
             + มีชีวิตภายในที่มีความเชื่อลึกซึ้ง และมั่นคงในพระคริสตเจ้า
             + การแพร่ธรรมของแต่ละบุคคลเป็นมาตรการวัดความเชื่อของเขา
             + ผู้ที่บรรลุวุฒิภาวะในความเชื่อ และในชีวิตคริสตชน จะก่อให้เกิดความร่วมมือกันในการแพร่ธรรม
                                                                                                                           (เทียบ RM 11, 77)