Home

 

     - สมณกฤษฎีกาว่าด้วยงานแพร่ธรรม

     - ประกาศพระวรสารในโลกปัจจุบัน

     - พระสมณลิขิตเตือน
       “พระวาจาขององค์พระผู้เป็นเจ้า”

  

 

 

     - คณะพลมารีย์

     - คณะวินเซน เดอ ปอล

     - คณะคูร์ซิลโล แห่งพระคริสตศาสนา

     - คณะเซอร่า

   - คณะแพร่ธรรมแห่งแม่พระฟาติมา

   - คณะอัศวินแห่งศีลมหาสนิท

   - คณะพระเมตตา

  

 

 

     - ข่าวคณะพลมารีย์

     - ข่าวคณะวินเซน เดอ ปอล

     - ข่าวคณะคูร์ซิลโล แห่งพระคริสตศาสนา

     - ข่าวคณะเซอร่า

     - ข่าวคณะแพร่ธรรมแห่งแม่พระฟาติมา

     - ข่าวคณะอัศวินแห่งศีลมหาสนิท

     - ข่าวคณะพระเมตตา

  

 

     - อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ

     - วัดแม่พระฟาติมา

    

    

 

    

      

    

 

    

 

    

 

    

 

    

 

    
 

    

             ที่มา แผนกคริสตศาสนธรรมกรุงเทพฯ

เพลงสดุดีที่ 41 คำภาวนาของผู้มีความทุกข์
   สดด บทนี้มีลักษณะเป็นการขอบพระคุณพระเจ้าของผู้ที่หายป่วย ศัตรูของเขาคิดแต่จะให้เขาได้รับอันตราย แม้แต่มิตรของเขาก็ยังคิดร้ายต่อเขา เข้าใจว่าความเจ็บป่วยที่เขาได้รับคือการที่พระเจ้าทรงลงโทษบาปที่เขาเคยทำ  เมื่อภาวนา สดด บทนี้ คริสตชนจะจำได้ว่าพระเยซูเจ้าทรงเรียกยูดาสว่า "เพื่อน" ของพระองค์ (มธ 26:50) ถึงกระนั้นยูดาสซึ่ง "ได้จิ้มอาหารในชามเดียวกับพระองค์" ก็ได้ทรยศพระองค์ (มธ 26:23) เพลงสดุดีบทนี้จึงอาจช่วยเราให้พิจารณาว่าเรามีความจริงใจเพียงไร ในความสัมพันธ์กับเพื่อนพี่น้อง

เพลงสดุดีที่ 42 - 43 คำคร่ำครวญของชนเลวีที่อยู่ห่างจากกรุงเยรูซาเล็ม
   สดด ทั้งสองบทนี้ต้องนับเป็นคำอ้อนวอนบทเดียวกันที่แบ่งเป็น 3 ภาค แต่ละภาคจบด้วยสร้อยตอบรับอันเดียวกันที่ 42:5; 42:11 และ 43:5 ผู้ประพันธ์เพลงบทนี้อาจเป็นชาวเลวีคนหนึ่งในช่วงเวลาเนรเทศที่กรุงบาบิโลน เขาแสดงความอาลัยถึงพระวิหารของพระเจ้าที่กรุงเยรูซาเล็ม ในสมัยหลังการเนรเทศชาวอิสราเอลอธิบายความหมายของเพลงบทนี้ว่าเป็นการแสดงความทุกข์ใจที่ต้องเหินห่างจากพระเจ้า คริสตชนจะต้องรู้สึกว่าชีวิตในโลกนี้เป็น "การเนรเทศ"  อย่างหนึ่งด้วย แต่ทว่าสิ่งที่เราโหยหาถึงนั้นไม่ใช่เมืองใดในโลกนี้ หากเป็น "นครเยรูซาเล็มจากสวรรค์" (ดู วว 21-22)

เพลงสดุดีที่ 44 คำคร่ำครวญของประชากรอิสราเอล
   สดด บทนี้เป็นคำอ้อนวอนส่วนรวมที่ประชากรอิสราเอลทูลพระเจ้า ให้ทรงระลึกถึงชัยชนะที่พระองค์เคยประทานให้เขาในอดีต (ข้อ 1-8) แต่บัดนี้พระองค์ทรงทอดทิ้งเขาให้ประสบความปราชัยอย่างน่าอดสู (ข้อ 9-16) เราไม่อาจคาดคะเนได้ว่าความปราชัยที่ สดด บทนี้กล่าวพาดพิงถึงเป็นเหตุการณ์อะไร เพราะในอดีตอิสราเอลเคยประสบความปราชัยหลายต่อหลายครั้ ง สดด บทนี้จึงใช้ได้เสมอสำหรับความปราชัยทุกครั้ง ประชากรอาจไม่ได้ลืมพระเจ้าหรือไม่ได้ทำผิดต่อพระองค์ ถึงกระนั้นพระองค์ก็มิได้เสด็จมาช่วยเหลือ เขาไม่เข้าใจเหตุผลว่าทำไมพระองค์จึงทรงกระทำเช่นนั้น พันธสัญญาเดิมยกปัญหาเรื่องทำไมคนดีจึงต้องทนทุกข์ขึ้นมาพิจารณาหลายครั้ง ปัญหานี้เป็นปัญหาคาใจมนุษย์อยู่เสมอมา เราคริสตชนรู้ว่าความทุกข์เกิดขึ้นแก่เราได้ ไม่ใช่ "ทั้งๆที่" เรายังซื่อสัตย์ต่อพระเจ้า แต่ "เพราะ" เราซื่อสัตย์ต่อพระองค์ นักบุญเปาโลจึงใช้ถ้อยคำของ ข้อ 22 จาก สดด บทนี้ให้กำลังใจบรรดาคริสตชนที่กำลังถูกเบียดเบียนว่า " เพราะเห็นแก่พระองค์ ข้าพเจ้าทั้งหลายจึงถูกประหารอยู่ตลอดวัน เขาทำกับข้าพเจ้าทั้งหลายเหมือนกับแกะที่เขานำไปฆ่า"

เพลงสดุดีที่ 45 เพลงในวโรกาสอภิเษกสมรส
   สดด บทนี้เป็นบทประพันธ์สำหรับงานอภิเษกสมรสของกษัตริย์แห่งอิสราเอลพระองค์หนึ่ง กับเจ้าหญิงต่างชาติชาวไซดอ นแห่งฟีนีเชีย กล่าวถึงการที่พระเจ้าทรงเลือกสรรกษัตริย์ กล่าวถึงบทบาทของกษัตริย์ ในการปกครองแทนพระยาห์เวห์ กล่าวถึงความสง่างามของพระองค์ ขณะที่ทรงรอคอยเจ้าสาวของพระองค์ บัดนี้พระราชินีจะต้องทรงลืมประชากรของพระนางเพื่อจะทรงเป็นของพระสวามีโดยสิ้นเชิง เมื่อชาวอิสราเอลไม่มีกษัตริย์ปกครองอีกแล้ว เขายังคงใช้เพลงสดุดีบทนี้สรรเสริญ "พระเมสสิยาห์-กษัตริย์" ที่เขากำลังรอคอยว่าจะเสด็จมาสักวันหนึ่ง เราคริสตชนเข้าใจว่า สดด บทนี้กล่าวถึงพิธีอภิเษกสมร สของพระคริสตเจ้า-กษัตริย์ กับพระศาสนจักรซึ่งเป็นเสมือน "เจ้าสาว" ของพระองค์

เพลงสดุดีที่ 46 พระเจ้าประทับอยู่กับเรา
   สดด บทนี้เป็นบทแรกในชุด "เพลงศิโยน" (ได้แก่ สดด 46; 48; 76; 84; 87; 122) ซึ่งกล่าวยกย่องกรุงเยรูซาเล็มในฐา นะ "นครของพระเจ้า" และให้เกียรติแก่พระวิหารในฐานะ "ที่ประทับของพระองค์" สดด 46 นี้แสดงความวางใจอย่างเต็มที่ว่าพระเจ้าจะทรงคุ้มครองนครนี้จากอำนาจที่เป็นศัตรูทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นภัยพิบัติตามธรรมชาติ หรือการรุกรานของชนต่างชาติที่เป็นศัตรู ความคิดหลักของบทเพลงแสดงออกในสร้อยตอบรับซึ่งซ้ำถึงสามครั้ง (ข้อ 3, 7, 11)  "พระยาห์เวห์จอมโยธาประทับอยู่กับเรา" สำหรับเราคริสตชน พระเจ้าผู้ทรงคุ้มครองเราก็คือ "องค์อิมมานูเอล - พระเจ้าประทับอยู่กับเรา" ใน องค์พระเยซูเจ้า พระบุตรซึ่งทรงรับสภาพมนุษย์เหมือนเรา (เทียบ มธ 1:23; ยน 1:18) และประทับอยู่กับเราตราบจนสิ้นพิภพ (มธ 28:20)

เพลงสดุดีที่ 47 พระยาห์เวห์กษัตริย์แห่งอิสราเอล กษัตริย์ของโลก
   สดด บทนี้เป็นบทหนึ่งในจำนวน "เพลงสดุดีพระเจ้าทรงเป็นกษัตริย์" ทรงปกครองสกลจักรวาล 6 บท (ดู สดด 93; 96-99) ถ้าจะอธิบายในด้านประวัติศาสตร์ เพลงสดุดีบทนี้แต่เดิมเป็นการเฉลิมฉลองชัยชนะยิ่งใหญ่ในการสงคราม ถ้าจะอธิบายในด้านพิธีกรรมทางศาสนา เพลงสดุดีนี้ใช้ในวันสมโภชในฤดูใบไม้ร่วงเฉลิมฉลองพระเจ้าทรงเป็นกษัตริย์ คำอธิบายในด้านอวสานกาลกล่าวว่าเพลงสดุดีบทนี้เป็นภาพแสดงถึงอนาคต ที่พระเจ้าจะทรงสถาปนาการปกครองของพระองค์เหนือสกลโลก ข้อความใน สดด บทนี้เป็นจริงอย่างสมบูรณ์เมื่อพระคริสตเจ้าทรงกลับคืนพระชนมชีพและทรงรับพระสิริรุ่งโรจน์ เมื่อทรงมีชัยต่อบาปและความตายแล้ว พระองค์ทรงได้รับแต่งตั้งให้เป็นกษัตริย์แห่งสกลจักรวาล พระศาสนจักรใช้ สดด บทนี้โดยเฉพาะในพิธีกรรมสมโภชพระเยซูเจ้าเสด็จสู่สวรรค์ (เทียบ ข้อ 5)

เพลงสดุดีที่ 48 ศิโยน ภูเขาแห่งพระเจ้า
   สดด บทนี้เป็น "เพลงศิโยน" บทที่สอง (ดู สดด 46) สรรเสริญนครศักดิ์สิทธิ์ในฐานะเป็นที่ประทับของพระเจ้า และศัตรูไ ม่อาจทำลายได้ ผู้ประพันธ์เรียกภูเขาศิโยนว่าเป็นภูเขาสูง"ทางเหนือสุด" (ศาโฟรน) ซึ่งเป็นที่ประทับของเทพเจ้าบาอัล เทพเจ้าแห่งพายุของชาวคานาอัน จึงเป็นการอ้างสิทธิเหนือภูเขานั้นให้แก่พระยาห์เวห์ด้วย เพราะฉะนั้นกรุงเยรูซาเล็มได้รับคำสรรเสริญมิใช่เพราะความงดงามและความแข็งแรงมั่นคงเท่านั้น แต่โดยเฉพาะเพราะเป็นนครที่ประทับของพระเจ้า พระมหากษัตริย์แห่งสกลจักรวาล  ในภาพของภูเขาศิโยน คริสตชนต้องมองเห็นพระศาสนจักรของพระคริสตเจ้า ซึ่งทรงสถาปน าไว้ "บนศิลา และไม่มีอำนาจใดจะเอาชนะได้" (มธ 16:18) คริสตชนจึงมีเหตุผลที่ต้องยินดีเสมอเพราะบ้านของตนมีความมั่นคงเช่นนี้

เพลงสดุดีที่ 49 ความตายและทรัพย์สมบัติ
   สดด บทนี้อยู่ในวรรณกรรมประเภท "ปรีชาญาณ" ผู้ประพันธ์เชิญชวนมนุษย์ทุกคน ให้ฟังคำตักเตือนของเขาเกี่ยวกับทรั พย์สินเงินทอง แม้เมื่อเขาแลเห็นคนชั่วมีความสุขสบาย เจริญรุ่งเรืองด้วยทรัพย์สินเงินทอง เขาก็ยังยืนยันว่า "แม้มนุษย์จะร่ำรวย เขาก็อยู่ได้ไม่นาน เขาเป็นเหมือนสัตว์ที่จะต้องถูกฆ่า" (ข้อ 12,20) ผู้ประพันธ์มิได้ประณามทรัพย์สินเงินทองโดยตรง แต่ตำหนิผู้ที่ไว้วางใจในทรัพย์สินเงินทองเพียงอย่างเดียว คำสอนของพระเยซูเจ้าในเรื่องทรัพย์สินเงินทองนี้ชัดเจนมาก จากอุปมาเรื่องเศรษฐีกับลาซารัส (ลก 16:19-31) และจากข้อความหลายตอนในพันธสัญญาใหม่ เพลงสดุดีบทนี้จึงเป็นบท สอนสำคัญสำหรับประเทศที่กำลังพัฒนาทั้งหลาย ซึ่งคิดว่าความร่ำรวยทางวัตถุคือความสำเร็จในการพัฒนา โดยไม่คำนึงถึงคุณค่าทางศีลธรรมซึ่งมีความสำคัญกว่า

เพลงสดุดีที่ 50 การถวายบูชาต้องมาจากใจ
   สดด บทนี้บรรยายการพิจารณาคดีในศาลระหว่างพระเจ้ากับประชากรอิสราเอล ข้อหาต่อประชากรก็คือเขาเพียงแต่ท่องบ ทบัญญัติของพระเจ้า และแสดงความเชื่อต่อพระเจ้าแห่งพันธสัญญาเพียงด้วยคำพูดเท่านั้น ไม่ได้ดำเนินชีวิตให้สอดคล้องกับบทบัญญัติและพันธสัญญาเลย ในพระวรสารพระเยซูเจ้าทรงตำหนิบรรดาธรรมาจารย์และชาวฟาริสีที่ทำดีแต่ภายนอก เช่นเดียวกัน พระเจ้าจะทรงรับการถวายบูชาและคำอธิษฐานภาวนาของเรา ก็ต่อเมื่อการปฏิบัติศาสนกิจของเรา ไม่แยกจากความประพฤติที่ถูกต้องตามหลักศีลธรรม

เพลงสดุดีที่ 51 บทภาวนาแสดงความเสียใจที่ทำบาป
   เพลงอ้อนวอนบทนี้เป็นที่รู้จักดีที่สุดในบรรดา "เพลงสดุดีขอสมาโทษ" ทั้งเจ็ดบท เพราะพระศาสนจักรใช้บ่อยมากในพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ (ทำวัตร)  สดด บทนี้เป็นคำภาวนาจากใจจริงด้วยความถ่อมตนขอให้พระเจ้าทรงลบล้างความสับสนวุ่นวาย ทั้งส่วนตัวและส่วนรวมอันเกิดจากบาป ผู้ประพันธ์สารภาพบาปของตนและขอพระเจ้าทรงให้อภัยเพราะเขามั่นใจในความดีหาขอบเขตมิได้ของพระองค์ อุปมาเรื่องลูกล้างผลาญ (ลก 15:11-32) สอนความจริงเรื่องนี้อย่างชัดเจน เพลงสดุดีบทนี้จึ งเป็นบทภาวนางดงาม ที่คริสตชนทุกคนควรใช้แสดงความสำนึกถึงบาปของตนบ่อยๆ

เพลงสดุดีที่ 52 ชะตากรรมของผู้ทรงอำนาจ
   สดด บทนี้มีเนื้อหาเป็นคำกล่าวโทษคนยโสที่กล่าวเท็จทำลายชื่อเสียงของเพื่อนบ้าน ผู้ประพันธ์กล่าวว่าพระเจ้าจะทรงขจัดเขาไปจากแผ่นดินของผู้เป็น แล้วนั้นบรรดาผู้ชอบธรรมก็จะมีความยินดีและสรรเสริญพระเจ้าที่ทรงขจัดศัตรูเช่นนี้ออกไ ปได้ คริสตชนจะต้องอ่าน สดด บทนี้ในบริบทของข้อความที่นักบุญยากอบกล่าวไว้ โดยเฉพาะในเรื่องผลร้ายของคำพูด (ยก 3:6) เรารู้ดีว่าคำพูดใส่ร้ายอาจก่อให้เกิดความเสียหายที่ไม่มีวันจะแก้ไขได้

เพลงสดุดีที่ 53 ชะตากรรมของผู้ไม่นับถือพระเจ้า
   สดด บทนี้เหมือนกับ สดด 14 เกือบคำต่อคำทีเดียว เป็นคำอ้อนวอนขอให้พ้นจากความเลวร้ายที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในโลก แ ละหวังว่าพระเจ้าจะทรงช่วยให้รอดพ้น

เพลงสดุดีที่ 54 ผู้ถูกเบียดเบียนร้องขอความยุติธรรมจากพระเจ้า
   สดด สั้นๆ บทนี้เป็นคำอ้อนวอน ผู้ประพันธ์วอนขอพระเจ้าได้ทรงช่วยให้พ้นจากการกระทำของผู้ยโสที่ข่มขู่ตน ต่อจากนั้นจึงระลึกได้ว่าพระเจ้าทรงอยู่ใกล้และจะทรงช่วยเขา ให้ตอบสนองความชั่วของคู่อริได้ ในตอนสุดท้ายเขาสัญญาว่าจะถวายบู ชาขอบพระคุณพระเจ้าที่ทรงช่วยเขาให้รอดพ้น ในฐานะคริสตชนเราไม่อาจแก้แค้นศัตรูได้ ถึงกระนั้นเราก็ไม่ควรลืมว่าความชั่วไม่มีสิทธิจะมีอยู่ได้และเราควรจะยินดีที่จะเห็นความชั่วถูกขจัดไปเสีย

เพลงสดุดีที่ 55 คำอธิษฐานภาวนาเมื่อถูกใส่ร้าย
   สดด บทนี้เป็นคำอ้อนวอนที่บรรยายอย่างขมขื่นถึงความหวาดกลัวและความทุกข์ที่ผู้ประพันธ์ได้รับจากศัตรู แต่เหตุที่ท ำให้สภาพการณ์เลวร้ายยิ่งขึ้นก็คือแม้เพื่อนสนิทที่สุดของเขาก็ยังทรยศต่อเขาไปเข้ากับศัตรู ใครที่เคยถูกเพื่อนสนิททรยศย่อมเข้าใจความรู้สึกของผู้ประพันธ์ได้เป็นอย่างดี พระเยซูเจ้าก็ทรงเคยถูกทรยศเช่นนั้น เพลงสดุดีบทนี้น่าจะช่วยเราให้พิจารณาดูว่าเรามีความซื่อสัตย์เพียงใดต่อพระคริสตเจ้าและต่อเพื่อนมนุษย์ โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่และร่วมงานกับเรา

เพลงสดุดีที่ 56 ความวางใจในพระเจ้า
   สดด บทนี้เป็นคำอ้อนวอนซึ่งผู้ประพันธ์แสดงความไว้วางใจมั่นคงต่อพระเจ้า แม้เขาจะมีศัตรูมากมาย เขาก็มั่นใจว่าไม่มีมนุษย์คนใดจะทำร้ายเขาได้ เขาเชื่อมั่นว่าพระเจ้าทรงเห็นความทุกข์ยากและน้ำตาของเขา เมื่อพระเยซูเจ้าทรงเห็นมารีย์ร้องไห้อาลัยถึงลาซารัสพี่ชาย พระองค์ก็ทรงกันแสงด้วย (ยน 11:33-35) คริสตชนที่อยากติดตามพระยุคลบาทของพระอาจ ารย์ก็จะ "เป็นทุกข์ร้องไห้" ด้วยสักวันหนึ่ง ขณะที่โลกที่เป็นศัตรูร่าเริงยินดี (ยน 16:20) แต่ในที่สุดพระเจ้า "จะทรงเช็ดน้ำตาทุกหยดออกจากตาของเขา" และแล้วจะไม่มีการร้องไห้หรือความทุกข์อีกต่อไป (วว 21:4)

เพลงสดุดีที่ 57 ผู้ชอบธรรมขอความช่วยเหลือจากพระเจ้า
   ภาคแรกของ สดด บทนี้ (ข้อ 1-5) เป็นคำภาวนาด้วยความมั่นใจขอให้พระเจ้าทรงช่วยให้พ้นจากศัตรู สร้อยตอบรับในข้อ 5 ขอให้พระเจ้าทรงสำแดงพระอานุภาพในฐานะผู้ปกครองสกลโลก ภาคที่สองเริ่มโดยกล่าวสั้นๆถึงศัตรู แต่แล้วเป็นบทเพลงสรรเสริญพระอานุภาพและความดีของพระเจ้าในโลก เพลงสดุดีจบด้วยสร้อยตอบรับเหมือนในข้อ 5  ในบริบทของเราคริสตชน "รุ่งอรุณ"ที่ผู้ประพันธ์ต้องการจะ "ปลุก" นั้นหมายถึงการเสด็จมาของพระเมสสิยาห์ (ดู ลก 1:78) พระคัมภีร์ฉบับภาษากรีก (LXX) แปลคำว่า "หน่อ" หรือ "กิ่ง" ในภาษาฮีบรูว่า "รุ่งอรุณ" ซึ่งเป็นสมญาของพระเมสสิยาห์ พระเจ้าทรงเยี่ยมม นุษยชาติเสมือนรุ่งอรุณจากเบื้องบน

เพลงสดุดีที่ 58 พระเจ้าทรงพิพากษาผู้พิพากษาทั้งหลายบนแผ่นดิน
   สดด บทนี้มีลีลาคล้ายกับประกาศกกล่าวโทษความผิดของประชากร ผู้พิพากษาไม่ซื่อตรงถูกกล่าวโทษเพราะตัดสินอย่างอยุติธรรมและดังนี้จึงทรยศต่อพระเจ้า ผู้ทรงเป็นพระตุลาการสูงสุดของประชากรอิสราเอล บรรดาผู้พิพากษาจะต้องเป็นผู้แท นของพระองค์ในการให้ความยุติธรรมแก่ประชาชน ผู้ประพันธ์ใช้ถ้อยคำรุนแรงสาปแช่งให้คนชั่วเหล่านี้ถูกทำลายโดยสิ้นเชิง  แม้ว่าพระศาสนจักรไม่ใช้ สดด บทนี้ในพิธีกรรม (ทำวัตร) ความรู้สึกกระหายความยุติธรรมที่เพลงสดุดีบทนี้แสดงออก นับว่าเป็นคำเตือนใจอย่างดีสำหรับผู้มีอำนาจปกครอง รวมทั้งผู้พิพากษาด้วย ว่าความไม่ซื่อตรงในการปกครอง หรือตัดสินคดีความเรียกร้องพระพิโรธจากพระเจ้า

เพลงสดุดีที่ 59 ขอพระเจ้าทรงช่วยให้พ้นจากคนชั่วร้าย
   เพลงอ้อนวอนบทนี้แบ่งออกเป็น 2 ภาค (ข้อ 1-8 และ 10ข-16) แต่ละภาคจบด้วยสร้อยตอบรับ (ข้อ 9 และ 17) แม้ว่าเนื้อหาดูเหมือนจะเป็นบทเพลงส่วนตัว ข้อความบางตอน (เช่น ข้อ 11) ดูเหมือนจะบอกว่าผู้ถูกคุกคามคือชุมชนมากกว่าจะเป็นปัจเจกบุคคล อาจเป็นไปได้ว่าพระราชาในฐานะผู้แทนของชาติเป็นผู้กล่าวเพลงสดุดีบทนี้ "ศัตรู" ที่กล่าวถึงอาจเป็นประช าชนที่กบฏหรือชนต่างชาติที่ไม่นับถือพระเจ้า คริสตชนอาจใช้ สดด บทนี้โดยคิดว่าพระคริสตเจ้ากำลังทรงถูกเบียดเบียนในพระศาสนจักรซึ่งเป็นพระกายทิพย์ของพระองค์

เพลงสดุดีที่ 60 คำอธิษฐานภาวนาเมื่อแพ้สงคราม
สดด บทนี้เป็นบทภาวนาอ้อนวอนส่วนรวมของประชากรอิสราเอลหลังจากประสบความปราชัยในการสงคราม ประชากรแสด งความผิดหวังที่พระเจ้าทรงช่วยฝ่ายข้าศึกให้มีชัยชนะและวอนขอพระองค์ให้ทรงช่วยกอบกู้ตนให้รอดพ้นจากการถูกกดขี่ข่มเหง พระเจ้าทรงประกาศให้ประชาชนมีความมั่นใจว่าพระองค์ทรงเป็นเจ้าของแผ่นดิน และจะทรงแก้ไขสถานการณ์ในไม่ช้า เมื่อได้รับความมั่นใจเช่นนี้ประชากรตกลงใจจะต่อสู้ต่อไปโดยไม่วางใจในกำลังของตน แต่จะวางใจในความช่วยเหลือจากพระเจ้าเท่านั้น เมื่อคริสตชนใช้ สดด บทนี้ภาวนา เขาอาจคิดถึงพระศาสนจักรซึ่งกำลังถูกคุกคามจากค่านิยมทางโลก ของสังคมปัจจุบัน หรืออาจกำลังถูกเบียดเบียนในบางประเทศ เขาควรระลึกถึงและได้รับกำลังใจจากพระวาจาของพระคริสตเจ้าที่ว่า "ในโลกนี้ท่านจะมีความทุกข์ยาก แต่อย่าท้อแท้ เราชนะโลกแล้ว" (เทียบ ยน 16:33)